ความจริง
19 สิงหาคม 2551
ภาพจาก: http://www.flickr.com/photos/celesterc/2092675739/
Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.
ในช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ผมก็ได้พบเจอกับเรื่องราวต่างๆ บางเรื่องก็จำได้ บางเรื่องก็จำไม่ได้ บางเรื่องผ่านมาเพียงเพื่อผ่านไป บางเรื่องก็ค่อยๆ เลือนลางจางหายไปตามกาลเวลา และบางเรื่องคงจะสาบสูญไปในวันสุดท้ายของชีิวิตผม
เรื่องบางเรื่องมีคนบอกผมว่ามันเป็นความจริง เป็นความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และมันจะเป็นจริงอยู่อย่างนั้น
พระอาทิตย์ขึ้นทางด้านนั้น ด้านทิศตะวันออก พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกไม่ได้ ต้องขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกเท่านั้น ใครๆ ก็บอกว่านี่คือความจริง ในขณะที่ใครบางคนไม่เคยเห็นแสงอาทิตย์เลยตั้งแต่เกิด ก็ต้องเชื่อตามเรื่องจริงนี้ เชื่อตามที่ใครๆ บอกเขาว่ามันเป็นอย่างนั้น
โลกกลมเหรอ ผมไม่เคยเห็นโลกทั้งใบด้วยตาตัวเอง ชาตินี้ก็คงไม่มีทางได้เห็น แต่ใครๆ ก็บอกว่าโลกกลม มีภาพถ่ายจากนอกโลกมายืนยัน นี่ไงโลกมันกลมจริงๆ นะ เห็นไหม ทั้งๆ ที่มนุษย์เคยเชื่อมาก่อนว่าโลกแบน เชื่อแม้กระทั่งว่าถ้าให้ใครสักคนเดินไปเรื่อยๆ ก็อาจตกขอบโลกตายได้
โลกจะกลมหรือแบน มนุษย์ก็มีชีวิตอยู่ได้ มนุษย์จากโลกนี้ไปเพราะตัวเอง เมื่อสิ้นอายุขัยด้วยโรคภัย แก่ชรา และคร่าชีวิตกันเอง
เรื่องบางเรื่องก็เป็นความจริงปากต่อปาก บอกต่อๆ กันว่าเป็นความจริง แล้วเราก็เชื่อ ดังนั้นความจริงเป็นเรื่องสมมติได้ใช่ไหม สมมติให้มันเป็นจริง สมมติให้มันต้องเป็นอย่างนั้นและต้องเชื่ออย่างนั้น
ถ้าอย่างนั้น ไม่เชื่อได้ไหม ไม่เชื่อว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ไม่เชื่อว่าน้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ ไม่เชื่อว่าฝนตกจากฟ้า ไม่เชื่อความจริงได้ไหม?
เพราะแม้ได้เห็นก็อาจเชื่อไม่ได้ แม้ได้ยินได้ฟังก็อาจเชื่อไม่ได้ แม้ได้สัมผัสก็อาจเชื่อไม่ได้ และแม้เป็นความเชื่อก็อาจเชื่อไม่ได้
มนุษย์มีสิทธิ์เลือกที่จะเชื่อและไม่เชื่อ เรามีทางเลือก เราเป็นคนเลือก ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เมื่อเราขยับเราก็เลือก เมื่อเราคิดเราก็เลือก และเราก็เลือกอยู่ตลอดชีวิต
ในวันใดวันหนึ่ง อาจมีเหตุที่ทำให้เราไม่เชื่อ หรือมีเหตุที่ทำให้ความเชื่อของเราต้องถูกพิสูจน์ และต้องทบทวนในสิ่งที่เราเชื่อ มันอาจจะทำให้เราประหลาดใจ เราอาจดีใจหรือเจ็บปวดใจจากความเชื่อนั้น
ความเชื่อเป็นเพียงความคิด ไม่ว่าจะเชื่อเพราะงมงาย หรือเชื่อเพราะมีเหตุผล ความเชื่อทั้งสองอย่างเกิดขึ้นมาได้ ก็เปลี่ยนแปลงไปได้ และก็สูญหายไปได้ หากเป็นดังนั้นแล้ว เรายึดติดความเชื่อได้ไหม เราเชื่อได้มากแค่ไหน เรายอมได้ไหมถ้าพบว่าในวันหนึ่งนั้น สิ่งที่เราเชื่อไม่เป็นความจริงอีกต่อไป เราจะทำอย่างไร?
เมื่อผมถามตัวเองด้วยคำถามเมื่อสักครู่ ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อวานนี้ผมไปทำบุญ ถวายสังฆทานที่วัด ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ผมได้สบายใจ แล้วเมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้น ผมก็รู้สึกโล่งและสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูกครับ




สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ดูหนังสองเรื่อง คือเรืองมนุษย์ค้างคาวกับสามก๊ก
