Private book

หนังสือส่วนตัว : The very common of me. - เ รื่ อ ง สุ ด แ ส น จ ะ ธ ร ร ม ด า ข อ ง ผ ม

หน้าปก | หน้าแรก | เกี่ยวกับหนังสือส่วนตัว | เรื่องในวันที่ผ่านไป | กระแสชีวิต |

 


เรามักไม่ค่อยมีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน แต่เราจะเป็นทุกข์แทบเป็นแทบตาย เมื่อสูญเสียบางส่วนของมันไป
- มิญอง แมคลาพลิน (1913-1983) -


ความจริง

19 สิงหาคม 2551

ภาพจาก: http://www.flickr.com/photos/celesterc/2092675739/

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ในช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ผมก็ได้พบเจอกับเรื่องราวต่างๆ  บางเรื่องก็จำได้  บางเรื่องก็จำไม่ได้   บางเรื่องผ่านมาเพียงเพื่อผ่านไป บางเรื่องก็ค่อยๆ เลือนลางจางหายไปตามกาลเวลา  และบางเรื่องคงจะสาบสูญไปในวันสุดท้ายของชีิวิตผม

เรื่องบางเรื่องมีคนบอกผมว่ามันเป็นความจริง เป็นความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และมันจะเป็นจริงอยู่อย่างนั้น

พระอาทิตย์ขึ้นทางด้านนั้น  ด้านทิศตะวันออก  พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกไม่ได้  ต้องขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกเท่านั้น  ใครๆ ก็บอกว่านี่คือความจริง ในขณะที่ใครบางคนไม่เคยเห็นแสงอาทิตย์เลยตั้งแต่เกิด ก็ต้องเชื่อตามเรื่องจริงนี้  เชื่อตามที่ใครๆ บอกเขาว่ามันเป็นอย่างนั้น

โลกกลมเหรอ ผมไม่เคยเห็นโลกทั้งใบด้วยตาตัวเอง ชาตินี้ก็คงไม่มีทางได้เห็น  แต่ใครๆ ก็บอกว่าโลกกลม  มีภาพถ่ายจากนอกโลกมายืนยัน  นี่ไงโลกมันกลมจริงๆ นะ เห็นไหม   ทั้งๆ ที่มนุษย์เคยเชื่อมาก่อนว่าโลกแบน  เชื่อแม้กระทั่งว่าถ้าให้ใครสักคนเดินไปเรื่อยๆ ก็อาจตกขอบโลกตายได้  

โลกจะกลมหรือแบน มนุษย์ก็มีชีวิตอยู่ได้  มนุษย์จากโลกนี้ไปเพราะตัวเอง เมื่อสิ้นอายุขัยด้วยโรคภัย แก่ชรา และคร่าชีวิตกันเอง

เรื่องบางเรื่องก็เป็นความจริงปากต่อปาก  บอกต่อๆ กันว่าเป็นความจริง  แล้วเราก็เชื่อ  ดังนั้นความจริงเป็นเรื่องสมมติได้ใช่ไหม  สมมติให้มันเป็นจริง  สมมติให้มันต้องเป็นอย่างนั้นและต้องเชื่ออย่างนั้น 

ถ้าอย่างนั้น ไม่เชื่อได้ไหม  ไม่เชื่อว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก  ไม่เชื่อว่าน้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ  ไม่เชื่อว่าฝนตกจากฟ้า  ไม่เชื่อความจริงได้ไหม? 

เพราะแม้ได้เห็นก็อาจเชื่อไม่ได้  แม้ได้ยินได้ฟังก็อาจเชื่อไม่ได้  แม้ได้สัมผัสก็อาจเชื่อไม่ได้  และแม้เป็นความเชื่อก็อาจเชื่อไม่ได้

มนุษย์มีสิทธิ์เลือกที่จะเชื่อและไม่เชื่อ  เรามีทางเลือก เราเป็นคนเลือก ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม  เมื่อเราขยับเราก็เลือก  เมื่อเราคิดเราก็เลือก และเราก็เลือกอยู่ตลอดชีวิต

ในวันใดวันหนึ่ง อาจมีเหตุที่ทำให้เราไม่เชื่อ หรือมีเหตุที่ทำให้ความเชื่อของเราต้องถูกพิสูจน์  และต้องทบทวนในสิ่งที่เราเชื่อ   มันอาจจะทำให้เราประหลาดใจ เราอาจดีใจหรือเจ็บปวดใจจากความเชื่อนั้น   

ความเชื่อเป็นเพียงความคิด ไม่ว่าจะเชื่อเพราะงมงาย หรือเชื่อเพราะมีเหตุผล  ความเชื่อทั้งสองอย่างเกิดขึ้นมาได้  ก็เปลี่ยนแปลงไปได้  และก็สูญหายไปได้   หากเป็นดังนั้นแล้ว เรายึดติดความเชื่อได้ไหม  เราเชื่อได้มากแค่ไหน เรายอมได้ไหมถ้าพบว่าในวันหนึ่งนั้น  สิ่งที่เราเชื่อไม่เป็นความจริงอีกต่อไป  เราจะทำอย่างไร?

เมื่อผมถามตัวเองด้วยคำถามเมื่อสักครู่  ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้  แต่เมื่อวานนี้ผมไปทำบุญ ถวายสังฆทานที่วัด ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ผมได้สบายใจ  แล้วเมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้น  ผมก็รู้สึกโล่งและสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูกครับ

Related เรื่องที่คล้ายกัน


7 โมงกว่าๆ วันอาทิตย์

17 สิงหาคม 2551

ขณะที่ผมเขียนนี้เป็นเวลา 7.45 น. ผมควรจะตื่นตอนนี้ตามที่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้  แต่ผมต้องตื่นก่อนนาฬิกาปลุก เพราะมีรถบัสคันใหญ่มาจอดอยู่ริมถนน

รถบัสจอดนิ่งๆ แต่กลับส่งเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม พร้อมๆ กับเสียงเบรคลม ดังฟู่ๆๆ เป็นระยะ เมื่อมองลงไปที่รถก็พบว่าควันท่อไอเสียถูกปล่อยออกมาเป็นทางยาว  แต่คราวนี้ลมพัดควันไปอีกทางหนึ่ง  ต่างจากคราวที่แล้วที่พัดเข้ามารมผมอยู่ในห้อง  

ผมพยายามอดทน แต่เสียงดังก็ดังรบกวนจนผมไม่สามารถทนได้   เพราะนี่มันคือเช้าวันอาทิตย์ แม้ผมจะต้องออกจากที่พักก่อน 9 โมง  แต่ผมก็มีสิทธิ์ในความสงบเงียบ  เป็นความเงียบสงบที่ต้องมีบริเวณที่พักอาศัย 

ผมเดินออกจากห้อง ลงไปบอกรปภ.  แต่รปภ.ไม่อยู่  ผมเจอแต่แม่บ้าน และได้ทราบว่า รปภ. เดินไปล็อกรถจักรยานของตนเอง  อีกสักครู่จะกลับมา

ความหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องรอคอยจึงเพิ่มขึ้น  เมื่อรปภ.มาแล้ว ผมจึงแจ้งให้เขาไปบอกคนขับรถบัสให้ดับเครื่องยนต์เสีย    แต่เขาทำท่าไม่อยากจะไปบอก  ผมจึงต้องย้ำว่าเขาบอกได้  เพราะเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว  ผู้ดูแลที่พักเองก็ทราบเช่นกัน

ผมทราบมาว่า ที่ผ่านมาผู้พักอาศัยต่างบ่นว่าถูกรบกวน  แต่ก็อดทนนอนฟังเสียง  น่าประหลาดไหมที่เขาไม่รู้จักรักษาสิทธิ์  ปล่อยให้ตนเองถูกรบกวนด้วยเสียงรถบัส ที่เพียงแค่ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ด้วยเหตุผลเพียงแค่เมื่อผู้โดยสารมาขึ้นรถแล้วจะได้อยู่บนรถที่มีแอร์เย็นๆ ในทันที

เช้าๆ แบบนี้อากาศก็ไม่ร้อนหรอก  อากาศตอนเช้าก็สดใส  เงียบเป็นธรรมชาติ   แต่ก็มีคนทำลายทุกอย่างด้วยความมักง่าย เห็นแก่ตัว นี่คนเราจะรักความสะดวกสบายเกินไปไหม?

ผมบอกรปภ.ที่ิอิดออดไปว่า ถ้าเขาไม่ไปบอกให้รถบัสดับเครื่องแล้วจะให้ผมทำอย่างไร  ถ้าไม่เช่นนั้นผมก็คงต้องแจ้งตำรวจ  ขณะเดียวกันแม่บ้านก็ให้ความเห็นสนับสนุนผมด้วย  เขาจึงเดินไปบอกคนขับรถ  และไม่นานนักเสียงเครื่องยนต์ก็หายไป

เมื่อรปภ. กลับมา ผมจึงได้ขอบคุณและเดินกลับมาที่ห้อง  ความเงียบได้กลับมาอีกครั้ง  เป็นความเงียบที่มีพลังมากมายมากกว่าเสียงเครื่องยนต์  ทำให้เห็นว่าความเงียบนั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชีวิตมากเพียงใด

ผมต้องอาบน้ำและไปทำธุระก่อนละครับ  โชคดีและมีความสุขในวันอาทิตย์ครับ :wink:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


โทรผิด

13 สิงหาคม 2551

7 โมงเช้าของวันหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นครั้งแรก  ผมสะลืมสะลือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู  มองในจอโทรศัพท์แล้วพบว่าไม่ใช่เบอร์ที่ผมบันทึกไว้  ผมจึงไม่รับ และตัดสินใจงีบต่อ

ไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง  ผมจึงตัดสินใจรับ

“สวัสดีครับ”

“!@#$%^&*()?”

อะไรนะครับ?” สงสัยผมจะเพิ่งตื่นนอนเลยฟังไม่เข้าใจ

“!@#$%^&*()??”

“อะไรนะครับ??” คงไม่ใช่แล้วแหละ เขาพูดสำเนียงที่ผมไม่เข้าใจเลย

“!@#$%^&*()? ขอคุยกับ xxyy”  ผมเริ่มเข้าใจที่เขาพูดแล้ว

“ไม่มีนะครับ  คงโทรผิดแล้วครับ”

“ไม่มีจริงๆ เหรอครับ?” เขาถามย้ำ

“ครับ ไม่มีครับ สวัสดีครับ”  ผมตัดบท และกดวางสาย

อีกไม่กี่นาทีต่อมา เบอร์เดิมโทรมาอีก  คราวนี้ผมตาสว่างแล้ว และคิดในใจว่าอะไรของเขาหว่า

“สวัสดีครับ” ผมรับสาย

“ไม่มีคนชื่อ xxyy นี้จริงๆ เหรอครับ?  ผมยังคุยอยู่เลย” เขาถาม

“ไม่มีครับ  เบอร์นี้ผมใช้คนเดียว  ถ้าจะคุยก็คงต้องคุยกับผมนี่แหละครับ”  ผมเริ่มเสียงแข็ง

“แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนครับ?”  เขาถาม

ผมสงสัยว่าเขาจะถามไปเพื่ออะไร เลยเลี่ยงตอบเขาไปว่า “ผมทำงานอยู่ที่ xxyyzz”

“อ่อ สงสัยผมโทรผิดแล้วครับ” แล้วเขาก็วางหูไป

ไม่กี่นาทีที่เพิ่งผ่านไป มีโทรศัพท์เข้ามาและเป็นเบอร์ที่ผมไม่ได้บันทึกไว้

“สวัสดีครับ”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่ผมได้ยินเสียงโทรทัศน์ และเสียงเด็กร้องเบาๆ

“สวัสดีครับ?” ผมทักไปอีกครั้ง

“ฮัลโหล …” เขานั่นเอง ผมจำเสียงสำเนียงแปร่งๆ ของเขาได้ ผมเอาโทรศัพท์ออกจากหู  ได้ยินเสียงเขาแว่วๆ  ว่า “ฮัลโหล?”

ผมตัดสินใจเอาโทรศัพท์ไปวางไว้ที่หน้าโทรทัศน์  ให้เขาคุยกับโทรทัศน์ของผมแทน และไม่นานเขาก็วางหูไป

เหตุการณ์โทรผิดเกิดขึ้นกับผมบ่อยในช่วงสัปดาห์นี้  เหมือนๆ กับว่าเบอร์โทรศัพท์ของผมหลุดไปอยู่กับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

ถ้าโทรมาอีก คราวหน้าจะร้องเพลงให้ฟังครับ :mrgreen:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


วันแห่งความยินดี

11 สิงหาคม 2551 Tags , ,

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันถ่ายรูปหมู่ของบัณฑิตที่จบการศึกษาของธรรมศาสตร์  ถึงแม้จะยังไม่ได้รับปริญญาแต่ก็เป็นวันที่มีแต่ความปลื้มปิติยินดีกันถ้วนหน้า  ทั้งตัวบัณฑิตเอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงที่มาร่วมแสดงความยินดี  และในครั้งนี้ผมได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนคนหนึ่งที่ได้รับปริญญาโทด้วย  

ผมเองไม่ได้ไปร่วมงานถ่ายรูปรับปริญญามาหลายปีแล้ว ด้วยเพราะต้องตื่นเช้ามากและเดินทางไกล  พอไปถึงก็ต้องผจญกับผู้คนมากมาย  อากาศที่ร้อนอบอ้าวกว่าปกติ  แต่ที่สำคัญนั้นครั้งสุดท้ายที่ได้ไปนั้นไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ 

เนื่องจากผมนอนดึกติดๆ กันมาหลายวัน ทำให้การนอนแต่หัวค่ำ และต้องตื่นเช้าตรู่นั้นเป็นไปได้ยาก  ผมจึงได้นอนเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ  แถมยังเซ่อซ่าลืมมือถือซะอีก  เมื่อลืมมือถือก็ทำให้เกิดความวุ่นวายตามมาพอสมควร เพราะผมต้องติดต่อกับเพื่อนที่มาถ่ายรูปหมู่วันนี้ 

ลองจินตนาการดูว่า  ในวันที่ต้องเจอผู้คนมากมาย และต้องนัดพบกับเพื่อนที่ยังไม่ได้นัดสถานที่เจอกันเลย  แล้วเราดันลืมหยิมมือถือไปด้วย   ครั้นจะกลับไปเอามือถือรึก็ไม่ทันแล้ว  มันจะเกิดความวุ่นวายใจขนาดไหน แต่เนื่องด้วยวันนั้นผมนอนน้อยทำให้มึนๆ เบลอๆ  เลยไม่ค่อยวุ่นวายใจเท่าไหร่  คิดเพียงแต่ว่าน่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้   ซึ่งผมก็แก้ปัญหาโดยการขอยืมใช้มือถือของเพื่อนร่วมงานที่เดินทางไปด้วย และก็ได้รับความช่วยเหลือจากเขาเป็นอย่างดี

ผมไปถึงที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ตั้งแต่ 6 โมงกว่าๆ ก่อนว่าที่บัณฑิตหลายคน   ตอนนั้นท้องฟ้ามีเมฆครึ้มบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อถึงเวลาถ่ายรูปท้องฟ้าก็ปลอดโปร่ง แดดแรงส่องแสงจนผู้โดนถ่ายรูปต้องหยีตาสู้แสงแดด และต้องใช้ความอดทนสู้แสงในขณะช่างภาพถ่ายรูป

ครุยวิทยะฐานะและสีผ้าพาดบ่าบอกถึงสาขาวิชาที่แต่ละคนจบการศึกษา พวกเขาล้วนแลดูสดใส สง่า และมีความภาคภูมิใจในชุดครุยที่ตัวเองสวมใส่อยู่  ผมมองดูพวกเขาด้วยความชื่นชม และอยากจะมองให้ทะลุผ่านเข้าไปยังหัวใจของพวกเขา  ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเนื้อแท้ของแต่ละคนนั้นเป็นเช่นใด  เพราะสิ่งเหล่านี้ครุยวิทยะฐานะไม่สามารถบอกให้ทราบได้

อาจารย์ทั้งหลายสามารถสั่งสอนให้ความรู้แก่ศิษย์ทั้งหลายได้  เพียงแต่ใครจะรับไปมากน้อยเพียงไร  สิ่งนอกเหนือจากนั้นก็ล้วนขึ้นอยู่กับพวกเขาแต่ละคน ว่าจะเป็นคนดีของสังคมได้เพียงใด

ผมเห็นอาจารย์หลายท่านมาแสดงความยินดีกับลูกศิษย์  ด้วยการร่วมถ่ายภาพหมู่กับนักศึกษาคณะของตน  และอาจารย์บางท่านก็ยังรอถ่ายรูปกับนักศึกษาหลังการถ่ายภาพหมู่เสร็จสิ้นลง  แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมาก นั่นคือดูเหมือนช่องว่างระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์จะเพิ่มมากขึ้น  แม้แต่อาจารย์ที่ดูจะเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่นึกศึกษา  ก็ไม่ค่อยมีนักศึกษามาขอถ่ายรูปด้วยเท่าไหร่  กลับกลายเป็นว่า อาจารย์ต้องโทรหานักศึกษาที่ปรึกษาของตัวเอง ว่าอยู่ที่ไหนให้มาถ่ายรูปด้วยกันหน่อย

ส่วนตัวผมเองเมื่อ เจอเพื่อนแล้วก็ถ่ายรูปกันครู่หนึ่ง แล้วก็พากันออกไปทานก๋วยเตี๋ยวแถวท่าพระอาทิตย์  เนื่องจากหารถแท็กซี่ยากมาก พวกเราจึงต้องอาศัยรถตุ๊กๆ ไปยังที่หมายแทน  นานๆ ผมจะได้นั่งรถตุ๊กๆ สักทีก็เลยบันทึกภาพไว้ดูเล่น  พี่เขาก็ขับมันดีจริงๆ ครับ

หลังจากทานก๋วยเตี๋ยว พวกเราก็ไปทานเค้กที่ร้านแถวๆ นั้น (เค้กอร่อยมากครับ) แล้วผมก็แยกกับเพื่อน และเดินทางกลับด้วยการนั่งแท็กซี่ไปลงที่หัวลำโพง  ต่อด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน โผล่ออกขึ้นมาขึ้นรถตู้ที่สวนจตุจักรจนไปถึงที่หมาย

ผมไม่ได้ไปรับปริญญา เพียงแค่ไปร่วมแสดงความยินดีกับว่าที่บัณฑิต แต่ไหงกับรู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยกว่าพวกเขามากก็ไม่รู้แฮะ :mrgreen:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


ลัดพม

8 สิงหาคม 2551 Tags

oldfan.jpg

พัดลม ลมพัด ดับร้อนตอนลมพัด

ลมลัด พัดลม ลมพัดตามพัดลม

พัดลม ลมพัด ลัดเลาะตามใบพัด

ลมพัด พัดลม เพราะพัดลม

ลมพัด พัดลม เพราะลมพัด

ลมพัด พัดลม ลมไม่พัด

 ลมพัด พัดลม ลาพัดลม

ลมลัด พัดลม ลมพัด

  :mrgreen:

 

 

Related เรื่องที่คล้ายกัน


ไปราชบุรี

6 สิงหาคม 2551

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมแวะไปเยี่ยมลูกของรุ่นน้องคนสนิทที่ราชบุรี  ลูกสาวเขากำลังน่ารักเลย  หลังจากนั้นก็ได้ไปเที่ยวชมวัดที่มีชื่อเสียงบริเวณนั้น  แล้วก็ไปทานอาหารเย็นกันที่ตลาดน้ำอัมพวา  คนเยอะมากๆ เลย  กว่าจะเอารถไปจอดได้ก็ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง

ช่วงแรกๆ ที่เดินเข้าไปในตลาดนั้น ผมรู้สึกร้อนอบอ้าวมาก  และไม่ชินกับการเจอคนเยอะแยะ ต้องเดินเบียดเบี่ยงไปมาเพื่อหลบผู้คน  ผมและเพือนๆ ไปจบลงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งที่ข้างหน้าร้านมีร้านขายสร้อยคอสวยงาม

ระหว่างทานก๋วยเตี๋ยวไปผมก็มองคนขายสร้อยคอไปด้วย  นั่นก็เพราะมุมที่ผมมองเห็นเธอนั้น  เป็นมุมที่ละม้ายคล้ายกับใครคนหนึ่งที่ผ่านไปมากๆ  

เรานั่งทานก๋วยเตี๋ยวกันอยู่พักหนึ่ง เหงื่อผมหยดเต็มหน้าเพราะบริเวณนั้นไม่มีสายลมพัดเลย  ในร้านก็ร้อนอบอ้าว  แต่เมื่อมองออกไปข้างนอกผมก็พบว่าผู้คนบางตาลงไปมาก คิดว่าคงกลับกันไปบ้าง หรือไม่ก็คงไปนั่งเรือชมหิ่งห้อยกันหมดแล้ว

เมื่อผู้คนน้อยลงทำให้เราเดินเที่ยวบริเวณตลาดได้สะดวกมากขึ้น  ผมเองก็เพิ่งเคยได้สัมผัสบรรยากาศที่นี่เป็นครั้งแรก  จากการสังเกตผมพบว่าผู้คนดีมีความสุขกับการซื้อหาสิ่งของและทานอาหารที่ชอบ (ผมได้ทานไอติมแท่งที่มีถั่วดำด้วยล่ะ อร่อยมากเลย)

เมื่อมองย้อนกลับไป ในหนึ่งวันนั้นผมได้พบอะไรมากมาย ครบวงจรของ การเกิด แก่ เจ็บ และตาย

เด็กน้อยเกิดใหม่  หมาน้อยน่ารัก คนแก่ถืบรถจักรยาน  คุณยายกับบันไดที่ริมถนน  คุณยายขายของ
เจ็บและปวดเมื่อยกับร่างกายของตัวเอง  และพบกับความตายของผู้คนในวัด 
การเสื่อมสลายของภาพจิตรกรรมฝาผนัง  การผุพังของโรงเรียนเก่าในวัด

ไม่มีสิ่งใดไม่เสื่อมสลาย ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา  มีผู้คนที่จากไปแล้วมากมาย  มีข้าวของบ้านเรือนผุพังสูญสลาย  คงเหลือบ้างเป็นสิ่งที่เราเห็น  และเอาใจเข้าไปรับรู้  จากเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อมา

มีเราและไม่มีเรา หรือแท้จริงแล้วไม่มีเราตั้งแต่ต้น?

Related เรื่องที่คล้ายกัน


มาเล่นกันเถอะน่าาาา

6 สิงหาคม 2551 Tags ,

ภาพชุดต่อของเจ้าหมาน้อยจอมตื้อครับ

  :mrgreen:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


มาเล่นกันเถอะ

5 สิงหาคม 2551 Tags ,

ในขณะที่ผมกำลังเดินถ่ายรูปอยู่

เจ้าหมาน้อยตัวนี้ก็เข้ามาทักทายด้วยความสงสัย

แล้วก็คอยเดินตามไม่ห่างไปไหน

เหมือนจะชวนให้มาเล่นกันเถอะ

มามะ มามะ

Related เรื่องที่คล้ายกัน


ฮีโร่ไปไหน?

31 กรกฎาคม 2551

 

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ดูหนังสองเรื่อง คือเรืองมนุษย์ค้างคาวกับสามก๊ก

ก่อนที่จะไปดูเรื่องมนุษย์ค้างคาว  ผมได้รับ sms ข้ามประเทศจากเพื่อน เธอบอกว่าชอบหนังเรื่องนี้มาก  และหลังจากก็ได้คุยกันทางโทรศัพท์  จึงทราบเหตุผลจากเธอว่า เป็นเพราะคนที่แสดงเป็นโจ๊กเกอร์ในเรื่องเป็นชาวออสเตรเลีย  ประเทศที่เธออยู่ในตอนนั้น

ชาวออสซี่จะรู้สึกร่วมกับหนังเรื่องนี้มาก  เพราะว่าในชีวิตจริงนั้น  ผู้แสดงเป็นโจ๊กเกอร์ได้เสียชีวิตไปแล้ว

เพื่อนผมบอกว่า นักแสดงคนนี้อินกับบทบาทนี้มาก  ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะเขาช่างแสดงบทร้ายได้แสบสมจริงเหลือเกิน  เห็นโจ๊กเกอร์โผล่มาในจอทีไร  ผมก็รู้สึกหงุดหงิดรำคาญในท่าทางแทนพระเอกในจอทุกทีไป

จะว่าไปแล้วเรื่องสามก๊กที่ผมเพิ่งไปดูมาเมื่อวาน ก็มีอุบัติเหตุไฟไหม้ในการถ่ายทำจนทำให้นักแสดงแทนเสียชีวิตด้วยเหมือนกัน  

มนุษย์ค้างคาวเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ผมรู้จักมานานแล้ว  (แต่ยังไม่เคยพบกันนะครับ ไม่รู้ว่าเขาจะมี hi5 รึเปล่านะ จะได้แวะไปเม้นท์สักหน่อย :mrgreen: )  ผมคิดว่าคงจะรู้จักเขาในเวลาใกล้เคียงกับที่ผมรู้จักซุปเปอร์แมน และไอ้แมงมุมครับ

ไม่อยากจะบอกว่ารู้จักและคุ้นเคยกันดีเลยล่ะ  ทั้งสี่คนนี้มีความสามารถพิเศษผิดมนุษย์คนอื่นๆ เช่น เหาะได้  พ่นใยได้  มีรถเท่ห์ๆ และเป็นเจ้าของไพรเวทบุ้ค :roll:

แหม  ก็เป็นธรรมดาน่ะ  สมัยเด็กๆ ผมก็เคยฝันว่าจะเป็นฮีโร่พวกนี้เหมือนกัน  จะได้ปราบพวกมารร้ายทั้งหลายของแผ่นดิน  ไม่เหมือนเพื่อนผมบางคนที่อยากเป็นซุปเปอร์แมนเพราะจะได้เอากางเกงในมาใส่ไว้ข้างนอกบ้าง  ดู ดู๊ ดู มันคิดไปได้

มนุษย์ค้างคาวในตอนนี้มีความยาวสักสองชั่วโมงครึ่งได้  ในช่วงแรกๆ ผมก็ดูไปด้วยความเพลิดเพลินใจ  และเผลอตัวหลุดเข้าไปอยู่ในจอกับหนัง  แต่สักพักก็เริ่มรู้สึกว่า  เอ… เมื่อไหร่หนังมันจะจบสักที  ทำไมมันดูยืดเยื้อ แบบบอกไม่ถูกอย่างนี้เนี่ย

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันทำให้อรรถรสของหนังจืดลงไปพอสมควร สงสัยเป็นเพราะโลกที่เป็นหลุดจริงเข้าไปแทรกแซงโลกมายาของผม

เมื่อหนังจบ ผมก็เกิดความสงสัยทันทีว่า  ในชีวิตจริงของเรา  จะมีฮีโร่แบบนี้บางไหม  เราแต่ละคนมีฮีโร่กี่คน  ฮีโร่ของแต่ละคนจะเป็นยังไง  และเราจะมีฮีโร่คนเดียวกันบ้างไหม

ฮีโร่ในหนังดูเหมือนจะจัดการทุกสิ่งได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด  แต่ถึงแม้จะจัดการไม่เรียบร้อยก็ยังมีภาคสองและภาคสาม ให้จัดการผู้ร้ายจนได้  สิ่งที่สำคัญก็คือ ฮีโร่จะต้องยึดมั่น ศรัทธาในความดี และมีคุณธรรม เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ผู้ชมทั้งหลายที่นั่งดูเขาอยู่

ขอพูดถึงหนังเรื่องสามก๊กบ้างเล็กน้อย  ในหนังก็มีคนที่แสดงบทบาทเป็นฮีโร่  เป็นผู้นำในการจัดการกับศัตรูฝ่ายตรงข้าม  แต่น่าเสียดายที่ฝีมือของตัวร้ายนั้นก็ไม่เบา  ไม่สามารถจัดการให้เรียบร้อยได้ง่ายๆ  จนต้องมีภาคต่อไป

อย่างไรก็ตามสิ่งที่พิเศษสุดในรอบที่ผมดูก็คือ  ผมต้องผจญกับตัวร้ายในจอและตัวร้ายที่นั่งอยู่แถวเดียวกัน  2 ตัวด้วยกัน  ตัวหนึ่งดูอายุมาก ผมบาง พุงพลุ้ย ส่วนอีกตัวอายุยังน้อย แต่กลับมีฝีไม้ลายมือในการออดอ้อน ออเซาะ และฉอเลาะ ได้ร้ายกาจกว่านางรำที่อยู่ในหนังมากมายนัก

นั่นอาจแสดงว่า ตัวละครที่กำลังแสดงบทบาทฮีโร่อยู่นั้น ยังไม่สามารถสื่อเอาสิ่งดีๆ ทั้งหลาย ให้ซึมซับเข้าไปในตัวของเจ้าตัวร้าย 2 ตัวนี้ได้เลยแม้แต่น้อยนิด

น่าเสียดาย ที่ไม่มีฮีโร่ในชีวิตจริงออกมาช่วยปราบผู้ร้ายสองคนนี้ให้กับผม  บางทีฮีโร่คงมีงานอื่นที่สำคัญกว่ากระมังครับ  เฮ้อ!

Related เรื่องที่คล้ายกัน


เปิด

30 กรกฎาคม 2551 Tags ,

 

daokrajai.jpg

ผมชอบเพลงนี้จังเลยครับ

“เปิด”

หากเธอเหนื่อยล้าผิดหวัง 
ชีวิตไม่เป็นเหมือนที่ตั้งใจ 
ทุก ๆ สิ่ง และทุก ๆ อย่าง 
นั้นไม่เป็นเหมือนเคยฝันไว้ 

หากปล่อยชีวิตที่ผิดหวัง 
ให้นั่งอยู่ตรงนั้นตลอดไป 
วันที่เธอเฝ้ารอคอยด้วยหัวใจ
นั้นคงจะไม่มาสักที 

อยู่ที่เธอนั้นจะกล้าเปิด 
เปิดตา และเปิดหู และเปิดใจ 
มองโลกด้วยมุมมองด้านใหม่ 
ไม่ว่าจะร้ายหรือจะดี 

หากว่าวันนี้สับสน 
วุ่นวายและวกวนไปทุกที่ 
ลองมองลองเปลี่ยนมุม
จากยืนอยู่ตรงนี้ 
เปลี่ยนจนเจอที่ที่ถูกใจ 

แค่เพียงเธอนั้นจะกล้าเปิด 
เปิดตา และเปิดหู และเปิดใจ 
มองโลกด้วยมุมมองด้านใหม่ 
ไม่ว่าจะร้ายหรือจะดี 

หากเธอเหนื่อยล้าผิดหวัง 
ชีวิตไม่เป็นเหมือนดังฝันใฝ่ 
จะมีสุขหรือทุกข์เท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับใจก็เท่านี้ 

จำไว้สุขทุกข์สักแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับใจของเรานี้
 

:wink:  

Related เรื่องที่คล้ายกัน