ตรุษจีนครั้งแรก
ผมเป็นคนไทยที่ไม่มีเชื้อจีนปนอยู่สักนิด
สมัยเด็กๆ จำได้ว่าพอถึงช่วงเทศการตรุษจีน เพื่อนๆ ในห้องเรียนที่มีเชื้อสายจีนจะขาดเรียน แน่นอนว่ามันทำให้ผมอิจฉา
พอช่วงเทศกาลผ่านไป พวกเพื่อนๆ ก็จะกลับมาพร้อมกับขนมเข่ง
ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมเทศกาลตรุษจีน แต่ไม่ใช่พิธีการทั้งหมดเพราะผมดันนอนตื่นสายกว่าใครเขา
ผมได้เห็นขั้นตอนการเตรียมของเซ่นไหว้ หมูสามชั้น การนึ่งขนมเข่ง นึ่งไก่ และอื่นๆ
ผมเพ่ิงจะเคยเห็นพิธีการไหว้รถเป็นครั้งแรก มันทำให้หมดข้อสงสัยที่มีมานานแล้วว่าทำไมรถบางคันถึงมีดอกไม้ประดับอยู่ที่หน้ารถ
ผมได้เข้าร่วมการไหว้บรรพบุรุษด้วย ผมรับธูปมา 1 ดอก พนมมือและไหว้ พนมมือทำใจสงบนิ่ง ไม่กล้าหันไปถามคนข้างๆ ว่า ต้องภาวนาว่ายังไงเหรอ เลยถือโอกาสนั้นฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกหลานเสียเลย
…
หลังจากเผากระดาษเงินกระดาษทองแล้วก็ถึงช่วงจุดประทัด ผมเลยไปยืนอยู่แถวหน้าสุดจะได้เห็นประทัดระเบิดชัดๆ
ปรากฎว่านอกจากผมที่ไม่เคยเห็นประทัดเป็นร้อยระเบิดโป้งป้างมาก่อน ก็มีหมาน้อยอายุ 1 ขวบที่ไม่เคยเห็นประทัดระเบิดเหมือนกัน วิ่งเข้าไปดูประทัดระเบิดในระยะเผาขน(หมา)
ไม่ใช่แค่ดูประทัดระเบิดในระยะประชิด มันยังพยายามจะกระโดดงับประทัดที่กำลังระเบิดอีกต่างหาก
บางทีมันก็ตกใจกระโดดหลบถอยหลัง แต่แล้วก็วิ่งพุ่งกลับไปหาพวงประทัดอีกครั้ง
ใครร้องเรียกหมาน้อยตัวนี้ยังไงมันก็ไม่สน ผมว่าตอนนั้นมันคงไม่ได้ยินแล้วล่ะ หูมันคงจะดับไปอีกพักหนึ่ง
ส่วนบรรดาหมารุ่นพี่ตัวอื่นๆ ในบ้านที่เหลือ ก็พากันวิ่งหายลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้
…
ขากลับเข้ากรุงเทพฯ ผมขับรถสวนกับรถที่มีดอกไม้ติดอยู่หน้ารถหลายคัน
ขับรถมาได้ครู่ผมพบว่ารถมากติดผิดปกติ ลองคิดคำนวณเวลาคร่าวๆ แล้วคิดว่าคงได้ขับรถอีกนาน
แต่ปรากฎว่ารถติดเพราะมีรถยนต์กัน 2 เหตุติดๆ กัน แต่ละคันก็มีดอกไม้ประดับไว้อยู่ที่หน้ารถ บนถนนก็มีซากดอกไม้ที่บี้แบนตกอยู่
ถ้าเราประมาทมันก็อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา
…
ไม่ว่าเทศกาลไหนๆ เวลาก็จะพามันผ่านไป และวนกลับมาหาเราอีกครั้ง
อย่ามัวแต่เฝ้ารอเทศกาล ทำทุกวันให้เป็นเทศกาล เฉลิมฉลองวินาทีแห่งการมีชีวิต
วินาทีที่ไม่เคยจากเราไปไหน คือวินาทีของปัจจุบัน มันอยู่ตรงนี้
ตัวเราต่างหากที่ปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปกับอดีตและอนาคต
![]()

Private Radio: 

