ตัดเยื่อใย
ผมนั่งซักผ้าอยู่หลังห้อง ซักผ้าไปก็คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย คิดไปคิดมาก็เกิดความสงสัยว่า พอเราซักผ้าเสร็จแล้วฝนจะตกไหมนี่?
ผมเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่สายตาก็พลันไปสะดุดกับจุดเล็กๆ สีขาวที่กำลังขยับไปมาอยู่กลางอากาศ
ผมเลยหยุดซักผ้า แล้วลุกขึ้นไปยืนมองจุดสีขาวใกล้ๆ แล้วก็จ๊ะเอ๋กับแมงมุมตัวน้อย ที่กำลังง่วนกับการทักทอเส้นใยที่บริเวณตรงกลาง
เจ้าแมงมุมตัวนี้คงจะทอใยอยู่ตรงนี้มาพักใหญ่แล้ว เพราะจากที่ผมเห็น มันเป็นตาข่ายใยแมงมุมขนาดใหญ่ ด้านบนยึดอยู่กับราวตากผ้าของผม ด้านล่างก็ขึงยึดไว้กับอ่างล้างมือ
มันเป็นแมงมุมเจ้าระเบียบ เพราะใยของมันค่อนข้างเป็นระเบียบ ช่องว่างระหว่างเส้นใยมีระยะห่างเท่าๆ กัน พื้นที่ตรงกลางเว้นไว้ให้เป็นที่ิอยู่ของมันเอง เพื่อที่จะได้รับรู้ถึงแรงสั่นทะเทือนเมื่อมีเหยื่อบินมาติดกับดัก
ผมใช้เวลาชื่นชมกับความสวยงามของใยแมงมุมอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กลับไปนั่งซักผ้าต่อ
…
นั่งซักผ้าไป ผมก็เหลือบมองใยแมงมุมไปด้วย แล้วผมก็รู้สึกเสียดาย เพราะว่าผมคงไม่มีทางเลือก ผมต้องทำลายใยแมงมุมที่สวยงามนี้ทิ้ง ไม่งั้นผมคงตากผ้าที่่ราวไม่ได้
เจ้าแมงมุมเองก็เพิ่งทอใยเสร็จ มันคงยังไม่ได้หม่ำอะไรระหว่างที่วุ่นวายกับการทอใยอยู่
อาหารมื้อนี้ขอเป็นแมลงตัวใหญ่ๆ สักตัว น่าจะเป็นฝันที่ดีที่สุดของแมงมุมตัวนี้
ผมกำลังจะเป็นผู้ทำลายความฝันของมัน
…
ผมส่งสัญญาณเตือนเจ้าแมงมุมด้วยการเขย่าราวตากผ้า
เจ้าแมงมุมตกใจ วิ่งปรู๊ดหลบเข้ามุมของใยด้านโยงกับราวตากผ้า
ผมใช้มือกวาดทำลายใยของมันในพริบตาเดียว ส่วนเจ้าแมงมุมก็วิ่งไปหลบที่ราวตากผ้า
ผมเขย่าราวตากผ้าอีกครั้ง เจ้าแมงมุมทนแรงเขย่าไม่ได้จึงโรยตัวห้อยลงมา
ผมใช้มือจับที่ใยแล้วพามันไปปล่อยไว้ที่ด้านหนึ่งของกำแพง
เจ้าแมงมุมวิ่งปรู๊ดหาที่ปลอดภัย แล้วมันหายไปจากสายตาผม
…
เจ้าแมงมุมสอนผมว่า ผลงานที่ดีต้องใช้ความมานะพยายาม ความอดทน ความตั้งใจ จากเส้นใยเล็กๆ เส้นแรก ผูกโยงกันเกิดเป็นตาข่ายใยแมงมุมขนาดใหญ่
ขณะเดียวกัน ผมก็เรียนรู้ว่าการทำลายล้างนั้นง่ายนิดเดียว แค่พริบตาเดียวก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว
ผมเชื่อว่าจะเจ้าแมงมุมก็คงจะสร้างสรรค์ผลงานของมันที่อื่นต่อไป แม้จะไม่มีคนชื่นชมสนใจ
อย่างน้อยคงเพื่ออร่อยปากอิ่มท้อง และมีชีวิตรอดต่อไปอีกหนึ่งวัน
เรื่องที่คล้ายกัน
เมื่อตอนตีสอง
ผมกลับมาจากธุระตอนตีสอง
ฝนกำลังตก มีเสียงฝนดังรอบตัว ไม่มีใครที่ลานจอดรถ
ผมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายวิดิโอระหว่างทางเดินกลับไปที่ห้องพัก
ภาพในวิดิโอมีความมืดเป็นส่วนใหญ่ แต่มีเสียงฝนตกกระทบร่มกับเสียงฝีเท้าที่พอจะได้ยินชัด
…
เวลาตีสองจะมีอะไรที่ข้างนอกนั่น ผมพยายามมองหาความน่าสนใจในสิ่งที่ไม่น่าสนใจ
ใช่ มันมักจะมีบางสิ่งที่มีอยู่ แต่เราไม่เคยสนใจ และไม่เคยสังเกตเห็นมันมาก่อน
ในขณะที่ชีวิตกำลังดำเนินไป เมื่อเราพลาดการรับรู้เวลาของช่วงปัจจุบัน อาจทำให้เราไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งใหม่ๆ ในเรื่องเก่าๆ ที่พบเจออยู่ทุกวัน
ชีวิตไม่ได้ซ้ำซากหรอก มันมีความแตกต่าง แม้จะเพียงเล็กน้อย หากเราสังเกตก็จะมองเห็น
เรื่องที่คล้ายกัน
วันที่หมดสภาพและปวดใจ
เช้าวันนี้ผมอดทนไม่ไหว เนื่องจากเห็นผลงานที่พวกเขาทำแล้วผมทนไม่ได้ เลยต้องเทศนาให้พวกเขาฟัง
ผมพูดเรื่องโอกาสในชีวิตที่พวกเขาได้รับ ผมบอกว่าพวกเขาได้โอกาสที่ดีกว่าใครหลายคนบนโลกใบนี้ แต่กลับมองไม่เห็นคุณค่าของมัน
ผมพูดไปครึ่งชั่วโมง โดยหวังว่าหากแค่มีหนึ่งคนที่ได้ยิน รับฟัง นำไปคิดและทบทวนตัวเอง แล้วปรับปรุงตัวเสียใหม่ นั่นก็ถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแล้ว
…
ผมทำหน้าที่หลักเสร็จในช่วงเช้า ออกจากห้องได้ก็รีบเดินไปห้องประชุม เนื่องจากมีนัดประชุมช่วงเที่ยง ในมือผมถือถุงห่อข้าวไก่ทอดที่ฝากแม่บ้านซื้อ เพราะขี้เกียจไปเบียดแย่งคนอื่นๆ ที่โรงอาหาร
พอไปถึงห้องประชุมปรากฎว่าไฟปิดมืด การประชุมเสร็จเรียบร้อยเร็วกว่าที่คาดไว้ ผมเลยถือถุงข้าวไปนั่งทานคนเดียวในห้องทำงาน
ผมกินข้าวไก่ทอดหมดไปอย่างรวดเร็ว และรู้สึกว่าตัวเองได้ใช้พลังหมดไปอย่างมากมายในช่วงเช้า
…
ผมมีอาการ “หมดสภาพ” รุ่นพี่อาวุโสของผมบอกอย่างนั้น
หมดสภาพจะเป็นอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย แขนชา ขาเมื่อยเพราะผ่านการยืนเกือบตลอด 3 ชั่วโมง แถมวันนี้ก็เจ็บคออีกต่างหาก
เมื่อได้เวลาเลิกงาน ผมก็เลยตรงดิ่งกลับที่พัก โดยแวะกินข้าวที่ร้านใกล้ๆ ก่อน ผมตั้งใจว่ากินเสร็จก็กลับว่าจะงีบเอาแรงสักพัก แล้วค่อยตื่นมาทำงานต่อ
ปรากฎว่าขณะที่กำลังจะลุกจากโต๊ะไปจ่ายเงิน เพื่อนเก่าสมัยมัธยมก็เดินเข้ามา เขาทำงานอยู่แถวๆ นี้ แต่ไม่มีโอกาสได้เจอสักที
…
เพื่อนทักคำแรกเลยว่า ”ทำไมแกแก่จัง?”
ผมอยากเป็นคนตรงอย่างเพื่อน อยากถีบเพื่อนตรงๆ สักหนึ่งที แต่เป็นโชคดีของเขาที่วันนี้ผม “หมดสภาพ” ไปซะก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนของเพื่อนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับเพื่อนผมซะอีก
แหม… มันช่างปวดใจ พยักหน้าหงึกๆ ไม่เห็นใจกันเลย
ความจริงบางอย่างมันไม่ต้องพูดก็ได้ เก็บมันไว้ตรงนั้นแหละ วางมันไว้ก็ไม่เสียหายอะไร
วันนี้เลยทั้งหมดสภาพ ทั้งปวดใจ…
ไม่ไหวแล้ว ผมไปนอนให้เตียงนอนหมอนข้างปลอบใจดีกว่า ฮือๆ
เรื่องที่คล้ายกัน
ได้เวลานอน
ผ่านมาหลายสัปดาห์ที่ผมต้องอดหลับอดนอนเร่งทำงาน ต้องนอนดึกหลายวันติดต่อกัน
แม้ผมจะสามารถนอนตื่นสายชดเชยได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หายมึนงงจากอาการนอนดึกเกินไป
ผมรู้นะว่าตื่นเช้าน่ะดี แต่มันทำไม่ได้สักที ตื่นเช้าแล้วทำให้รู้สึกว่าวันนั้นมีเวลามากขึ้น ทำอะไรได้เยอะขึ้น
วันไหนที่ได้นอนอย่างเต็มอิ่ม เริ่มวันใหม่ก็ลืมตาขึ้นมาโดยไม่มีความรู้สึกว่า “ขอนอนต่ออีกหน่อยน่า” วันนั้นจะเป็นวันที่ดีวันหนึ่ง
แต่วันนี้ผมนอนดึก แถมยังตื่นเช้ากว่าปกติโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เลยเกิดอาการตาพร่ามัว มึนงงไปทั้งวัน ช่วงบ่ายเลยล็อคประตู ปิดไฟ เอาถุงนอนมากางปูนอนในที่ทำงานมันซะเลย
นี่ถ้ามีผมป้าย do not disturb แบบในโรงแรมก็คงจะเอาไปห้อยไว้ที่ลูกบิดด้วยครับ
…
เวลาไปที่ไหนแล้วเห็นใครนอนหลับสบาย ผมจะรู้สึกอิจฉาทุกครั้ง เพราะผมนอนหลับค่อนข้างยาก
หัวถึงหมอนแล้ว ก็ต้องรอให้หมอนกล่อมอีกพักใหญ่ ถึงจะหลับลงไปได้
อย่างเจ้าหมาที่อยู่ในรูปข้างบนนั่นก็ทำให้ผมอิจฉา ดูมันนอนหลับสบาย จนผมไม่กล้าเฉียดเข้าไปใกล้ กลัวจะไปรบกวนการนอนของมันเข้า
…
ใครๆ ก็นอนหลับสบายได้ เวลานอนควรจะเป็นเวลาที่เป็นสุข ปลดปล่อยสิ่งต่างๆ วางเรื่องนอกตัวลง เพื่อให้จิตใจและร่างกายได้พักผ่อน
เวลานอนเป็นเวลาที่เป็นของเราอย่างแท้จริง เราควรจะขอบคุณเตียงนอนและหมอนใบนุ่มที่คอยประคองอุ้มร่างกายของเรา เพื่อให้เราได้นอนหลับและตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่อย่างสดใส
…
โลกใบนี้มีเตียงที่ผมอยากนอนที่สุดอยู่เตียงหนึ่ง ไม่มีเตียงไหนน่านอนเท่าเตียงนี้อีกแล้ว แต่เอาไว้วันหลังค่อยเขียนถึงมัน เพราะตอนนี้เลยเวลาที่ผมควรจะนอนมาแล้วละครับ
ราตรีสวัสดิ์ครับ

Private Radio: 

