เมื่อคำอธิษฐานแห้งเหี่ยว
ผมจอดรถใกล้ๆ ต้นไม้ต้นนี้ทีไร ก็จะเห็นภาพลักษณะนี้ทุกที

ไม่นานก่อนหน้านี้ เขาคงซื้อพวงมาลัย แล้วนำมาห้อยในรถ อาจจะเพื่อให้เกิดศิริมงคลแก่รถตัวเอง หรือให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ
เขาอาจยกมืออธิษฐานขอพรก่อนนำไปแขวนในรถ คำอธิษฐานของเขาคงเป็นคำอธิษฐาน”ส่วนตัว” ให้ปกป้องเฉพาะรถของเขา เขาคงไม่อธิษฐานว่า ขออย่าให้คนที่เขาขับรถไปชนเป็นอะไรเลย
เมื่อดอกไม้เหี่ยว เขาอาจจะเชื่อว่าคำอธิษฐานก็เหี่ยว และหมดอายุไปตามสภาพของดอกไม้ เขาจึงนำพวงมาลัยออกไปให้พ้นรถของเขา ด้วยวิธีการง่ายๆ แค่แขวนไว้ตามต้นไม้
ขยะพวงมาลัยส่วนตัว ก็กลายเป็น ขยะพวงมาลัยสาธารณะ
หากการนำพวงมาลัยไปอธิษฐานบูชา เพื่อให้เกิดสิ่งดีๆ แก่ตน ถือได้ว่าเป็นการทำสิ่งที่ดีแล้วละก็ การนำพวงมาลัยไปแขวนทิ้งไว้ในที่สาธารณะ ก็น่าจะเป็นการหักล้างสิ่งดีๆ ที่ทำมาก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น
แล้วถ้ากระป๋องเบียร์ที่ถูกทิ้งอยู่โคนต้นไม้เป็นของเขาด้วยแล้วละก็ การนำพวงมาลัยไปห้อยในรถ ก็น่าจะเป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาทำตามคนอื่นไปอย่างนั้น
เพราะบางทีเขาอาจะไม่จริงจังอะไร เพียงแค่อยากอุดหนุนเด็กขายพวงมาลัยข้างทางเฉยๆ
ผมไม่เคยซื้อพวงมาลัยมาแขวนในรถ จึงไม่เข้าใจความเชื่อลักษณะนี้เท่าไหร่ ผมมีความเชื่อว่า หากเราขับรถอย่างมีสติ ระมัดระวัง และปฏิบัติตามกฎหมาย ก็น่าจะช่วยให้เราปลอดภัยแล้วในระดับหนึ่ง
แต่ผมคิดว่า เราคงไม่ปลอดภัยจาก “คนที่ห้อยพวงมาลัยแล้วดื่มเบียร์ในขณะขับรถ” สักเท่าไหร่หรอกนะครับ
Private Radio: 


October 31st, 2009 at 00:16
พูดได้โดนจัยมากมาย ซื้อมาเพื่อเป็นมงคลอธิฐานแก่ตนเอง แต่ไม่ได้เพื่อคนที่ถูกชน
เพื่อนเสีย เพราะคนเมานี่แหละ เกียจนัก ไอพวกเมา แล้วขับ รู้ว่าเมา ถ้าจาขับ ก้อขับช้าๆ
นี่ดันเหยีบอย่างไว อยากให้เค้าเจอกะลูกกะหลานเค้าบ้าง ถ้าเจอกะตัวเองแค่มันแค่เจ็บกาย แต่มันไม่เจ็บใจ กายไม่นานก้อหาย ใจนี่สิ ไม่มีทางที่จะหายได้สนิทหรอก
October 31st, 2009 at 01:15
อธิษฐานแล้วก็คงลืมไปแล้ว
แต่ไม่ยักกะลืมนิสัยมักง่าย
มีแบบนี้ บ้านเมืองสังคมจะเป็นยังไง ก็พอจะเดาได้
นอกจากนี้ยังเห็นคนเอาศาลพระภูมิเจ้าที่ไปทิ้งในที่สาธารณะด้วย
เห็นแล้วก็กลุ้มยิ่งกว่า เพราะมันใหญ่กว่า หนักกว่าพวงมาลัย ย่อยสลายก็ยาก