ให้ปล่อยวาง
เมื่อวานนี้ผมตื่นนอนแต่เช้ากว่าทุกวัน เพราะต้องไปทำงานให้ตรงเวลา ผมไม่อยากไปสาย อยากทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีเท่าที่จะทำได้
เมื่อถึงเวลาแปดโมงตรงผมก็ต้องพร้อม และก็เริ่มทำงาน ทั้งที่จริงแล้วสมองผมยังไม่ตื่นเต็มที่เลย ผมต้องใช้ความคิด จัดเลียงลำดับข้อมูล และพูดอธิบาย ซึ่งกว่าทุกอย่างจะเข้าที่ไม่ตะกุกตะกัก ก็น่าจะประมาณ 20 นาทีผ่านไป
เมื่อเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ผมก็เหนื่อย หมดแรง หิวข้าวเช้ามากกว่าทุกวัน ผมตัดสินใจจะไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านโปรด แต่ปรากฎว่ามีคนเข้าแถวอยู่ 4-5 คน แถวไม่ยาวนัก แต่ผมหิวจนไม่อยากรอ ก็เลยเปลี่ยนไปทานก๋วยเตี๋ยวอีกร้านแทน
ผมรับชามก๋วยเดี๋ยวจากแม่ค้า จ่ายเงิน แล้วเดินเข้าไปในห้องอาหารที่จัดไว้เฉพาะ ทั้งห้องไม่มีใคร มีผมเพียงคนเดียว ความจริงแล้วผมนั่งข้างนอกห้องก็ได้ แต่ผมต้องการหลบความวุ่นวายนอกห้อง
…
ผมพบว่าความวุ่นวายรอบตัวมีมากมายหลายขนาด ตั้งแต่ระดับโลก ระดับชาติ ที่ทำงาน ส่วนตัว และส่วนใจ
สองประเทศกระทบกระทั่ง ข่มขู่กันด้วยกำลังอาวุธที่ตัวเองสะสม
คนที่สร้างความวุ่นวาย ให้คนเกลียดชังระดับชาติ ก็ยังทำตัวแย่เหมือนเดิม
คนเห็นแก่ตัวเห็นแก่เงิน ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้า พูดจาไม่น่าฟังแม้แต่น้อย
และคนดีส่วนใหญ่ วางตัวนิ่งเฉยได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
บางทีมองในอีกมุมแล้ว ความวุ่นวายก็หาใช่ความวุ่นวายไม่
เพราะหากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถูกใจ ความวุ่นวายก็จะหายไป และเราก็พร้อมที่จะทุ่มเทให้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
แต่ความจริงแล้ว ความวุ่นวายภายนอกยังไม่สู้ความวุ่นวายภายใน
ใจที่วุ่นวาย เพราะไม่เข้าใจถึงความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ภายนอก กับจิตใจข้างใน
เพราะไม่ถูกใจ และไม่เข้าใจถึงความเป็นไป ว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะถูกใจ หรือไม่ถูกใจ
เพราะไม่เข้าใจและไม่ทัน”ใจ” ของตัวเองที่วิ่งวุ่นตามเรื่องรอบใจ
…
ให้ปล่อยวาง ฟังดูเหมือนง่าย แต่ต้องปล่อยด้วยใจ วางด้วยใจ ใช่ความคิด
ปล่อยให้เห็น”ใจ” ที่ดิ้นส่ายไปตามกระแสความวุ่นวาย
วางความยึดมั่นแห่ง”ตัวตน” คลายใจให้เห็นความจริงของสรรพสิ่ง
เมื่อนั้นความจริงที่ถูกบดบังจากความหลงผิดจะได้ปรากฎต่อหน้า
และปลายทางสุดท้ายก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป
…
Private Radio: 


November 14th, 2009 at 13:19
เห็นด้วยค่ะ ว่าเรื่อง “ให้ปล่อยวาง” มันไม่ใช่เรื่องง่าย
คงต้องรู้จักการ “เปิดใจ” “ยอมรับ” และ “ฝึกปฏิบัติ”
อ่านจากใจบก.ธรรมะใกล้ตัว ฉบับ ๐๘๑ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
แล้วชอบ ที่คุณ ดังตฤณ พูดว่า
“เสียงแห่งความฟุ้งซ่านในหัว
อาจน่ารำคาญและรบกวนจิตใจยิ่งกว่าเสียงเด็ก
ถ้าเสียงฟุ้งซ่านในหัวสงบได้อย่างเดียว
แม้ยังมีเสียงเด็กรบกวนโสตประสาท
ความทุกข์ก็เกิดได้เท่าที่โสตประสาทจะก่อให้มันเกิด
แต่ใจจะไม่กระวนกระวายและส่งเสียงแข่งกับเด็กร้อง
ให้ทุกข์ทวีตัวเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ ”
อดทนแล้วมันก็ผ่านพ้นไป
November 14th, 2009 at 13:48
ถูก “ใจ” จัง บทความชิ้นนี้ โดนอย่างแรง คับ
November 19th, 2009 at 00:19
ผู้คนมากมาย ยึดติดกับชีวิตที่วุ่นวาย
น้อยคนนักจะเข้าใจ ในอีกมุมมองที่ไม่เคยได้เหน
ออกจากมุม แล้วจะเข้าใจ เพียงได้รู้สึก
หาได้มองผ่านตาไม่ *
November 25th, 2009 at 02:34
ก๊วยเตี๊ยวอร่อยมั้ย ยังไม่บอกเลย
อีกร้านคนเยอะ อีกร้านไม่มีคน อร่อยเหมือนกานป่าวอ่า
ว่าแต่ หิวๆๆ คง ไม่รู้แหละว่าอร่อยมั้ย คงโซ้ย น่าดู อิอิ