Sep
30
2552
ผมแวะไปเยี่ยมน้อง พอเข้าไปในบ้าน น้องก็ชี้ให้ดูอะไรบางอย่างที่ต้นไม้

ผมยืนมองแล้วไม่เห็นอะไร แต่พอชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงเห็นว่าเป็นแม่นกเขาตัวน้อยกำลังนอนกกไข่อยู่ในรัง

แม่นกมองเห็นผม เราสบตากัน แม่นกไม่มีท่าทีตื่นกลัวผมเลย

ผมขึ้นไปถ่ายรูปแม่นกจากชั้นสอง แม่นกก็แหงนหน้ามองตามขึ้นมา
คงสงสัยว่าผมจะทำอะไร
น้องบอกผมว่า เวลาที่ฝนตกลมแรงๆ ต้นไม้จะไหวลู่ไปมาตามแรงลม
น้องชะโงกหน้ามองหาแม่นก ก็พบว่ามันก็ไม่ยอมไปไหน
ยังคงเกาะรังแน่น ต้นไม้สั่นไหว ทั้งรังทั้งแม่นกส่ายไปมา น่าสงสาร
แม้แม่นกเขาจะตัวน้อยนิด แต่ก็รักลูกไม่แพ้แม่ไหนๆ
อีกไม่นานก็คงมีลูกนกเขาตัวน้อยส่งเสียงร้องอยู่หน้าบ้านน้อง
… จิ๊บๆ …
เรื่องที่คล้ายกัน
20 comments | tags: ความรัก, รูปภาพ
Jun
16
2551

ภาพจาก: http://tomoebookarts.blogspot.com/2007_01_01_archive.html
“ความรักเป็นไงบ้าง” รุ่นพี่ถาม
“ไม่มีครับ” ผมตอบ
รุ่นพี่ทำหน้าตาประหลาดใจ แล้วถามย้ำอีกครั้ง ส่วนผมก็ตอบคำถามเดิมอีก
“อืมม.. เท่าที่พี่จำได้ ความรักของเธอที่พี่เห็น มันเหมือนกับ เข็มและหมอนรองเข็ม” รุ่นพี่พูดต่อ
ผมทำหน้างง รุ่นพี่เลยอธิบายต่อว่า
“ตัวเธอน่ะเปรียบเสมือนหมอนรองเข็ม ส่วนอดีตรักของเธอเปรียบเสมือนเข็มที่คอยทิ่มแทงไง”
พอรุ่นพี่พูดจบ ผมก็เข้าใจสิ่งที่รุ่นพี่เปรียบเปรยได้ทันที เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นแบบนั้นจริงๆ
ตอนนั้นผมคงเป็นหมอนรองเข็มอยู่ หมอนรองเข็มไม่มีสมองเลยคิดอะไรไม่ออก และยอมให้เข็มมาทิ่มแทง แต่ตอนนี้ผมไม่ใช่หมอนรองเข็มแล้วล่ะ เลยมองเห็นข้อเสียของมันได้ชัดเจน จากนี้ไปก็ตั้งใจว่าจะไม่ยอมเป็นหมอนรองเข็มอีกแล้ว
คราวนี้ผมจะเป็นอะไรดี? หมอนข้างดีไหม? รอให้คนมากอด
อิอิ
เรื่องที่คล้ายกัน
4 comments | tags: ความรัก
Feb
25
2551
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเราจะไขว่คว้าหาความสุข เราต้องการความสุข แต่ความสุขคืออะไรและจะได้ความสุขมาอย่างไร ก็แล้วแต่นิยามและวิธีการของแต่ละคน
บางคนไม่ต้องทำอะไรมากมาย ก็เหมือนกับมีความสุขเปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจ ในขณะที่ใครบางคนดิ้นรนแสวงหาเพื่อให้ได้มาเพื่อความสุขนั้น ระหว่างทางที่ไปถึงความสุขนั้นดูทุกข์ยากเหลือเกิน แต่เมื่อได้มาซึ่งความสุขนั้นก็ปลาบปลื้มใจเกินที่จะบรรยาย
ผมเองก็ชอบที่จะมีความสุข ผมมีความสุขได้จากการดูหนัง ฟังเพลง ทานอาหาร ขับรถเล่น ถ่ายรูป อ่านหนังสือ ขีดเขียนเรื่องราวต่างๆ และอ่านคอมเม้นต์ของผู้อ่าน อาจจะมีอย่างอื่นอีกแต่นี่คือสิ่งที่ผมทำเป็นประจำ
แต่หลายครั้งที่ผมซื้อหนังมาแล้วก็ไม่กล้าดู ปล่อยให้มันกองไว้อยู่อย่างนั้น ผมรู้ว่าถ้าผมดูหนังแล้วคงมีความสุข แต่ที่ไม่กล้าก็เพราะผมกลัวว่าความสุขที่ได้จากการดูหนังนั้นจะหมดรวดเร็วเกินไป เลยขอเก็บช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ก่อน ให้ถึงโอกาสเหมาะๆ แล้วจึงค่อยหยิบมาใช้
หลายครั้งเหมือนกันที่มีหนังถูกใจที่อยากจะดูในโรง พอได้ดูหนังตัวอย่างแล้วก็อยากให้หนังเรื่องนั้นเข้าฉายเร็วๆ พอหนังเข้าฉายก็ตื่นเต้น รีบหาโอกาสไปดูในวันแรกๆ ถ้าเป็นรอบดึกพอดูจบก็ตื่นเต้นอยู่จนถึงเวลาเข้านอน เช้าขึ้นมาก็ลืมอารมณ์ตื่นเต้นนั้นไปแล้ว
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนภาพซ้ำอีกครั้งก็คือ การเฝ้ารอหนังเรื่องใหม่ให้เข้าฉาย จากนั้นก็รีบไปดูด้วยความตื่นเต้น และความสุขนั้นก็จบลงแค่ระยะเวลาก่อนเข้านอนเหมือนเดิม
ผมเข้าใจได้ทันทีว่า ความสุขนั้นไม่ถาวร ผมไม่สามารถดูหนังเพียงเรื่องเดียวแล้วมีความสุขอยู่ได้ทั้งสัปดาห์ เพลงที่ฟัง หนังสือที่อ่าน วิวทิวทัศน์ข้างทาง สิ่งเหล่านี้ผ่านตา ผ่านหู แล้วก็ผ่านไปพร้อมๆ กับความสุข
ในขณะเดียวกันความทุกข์ในเรื่องความรัก ที่รู้สึกว่าทุกข์ใจมากมายก็ผ่านเลยไปเช่นกัน ความทุกข์ที่ผมนึกไม่ออกว่าจะกำจัดมันได้อย่างไร ในตอนนี้มันค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับสายธารของการเวลา ดังนั้นเช่นเดียวกับความสุข ความทุกข์เองก็ไม่ถาวรเช่นกัน
สุขและทุกข์เกิดขึ้นสลับกันไปมาในชีวิต เราไม่สามารถยื้อยุดฉุดรั้งความสุขไว้กับตัว ขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถหลีกเร้นหนีหายจากความทุกข์ไปได้ เหมือนกับเราวิ่งไล่ตามความสุขและวิ่งแจ้นหนีความทุกข์ วิ่งหนีและวิ่งไล่กันอยู่แบบนี้เรื่อยไป
บางทีก็เหมือนสุขและทุกข์ยืนอยู่ข้างๆ เรา ผลัดกันโอบกอดสลับไปมาเหมือนเพื่อนสนิท อย่างล่าสุดที่ผมไปดูหนังตั้งใจว่าจะไปดูอย่างมีความสุข แต่กลับต้องหงุดหงิดรำคาญใจเพราะคนไร้มารยาทคุยกันในโรงหนัง แต่สักพักก็สามารถเพลิดเพลินมีความสุขกับหนังที่ฉายอยู่ได้จนจบเรื่อง
สุขและทุกข์ในชีวิตคงเป็นเช่นนี้เรื่อยไป …
เรื่องที่คล้ายกัน
3 comments | tags: ความรัก, ความสุข, วิ่ง, หนังสือ, เพลง
Feb
14
2551

ผมแวะไปที่ห้าง จะไปซื้อเมาส์มาใช้แทนตัวที่เสียสักหน่อย เดินอยู่เพลินๆ ปรากฎว่าพอลงจากบันไดเลื่อนก็เห็นคนมุงดูอะไรสักอย่าง พอเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงรู้ว่า เขาไม่ได้มุงอะไรกัน แต่เขากำลังรอดอกไม้จากร้านขายดอกไม้ต่างหาก นอกจากนี้ร้านขายช็อคโกแล็ตที่อยู่ใกล้ๆ ก็มีคนมุงเหมือนกัน
ผมว่าจะแหวกผู้คนเข้าไปซื้อพวงมาลัยสักหน่อย แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะคนมุงกันเยอะเหลือเกิน ถ้าผมทำตัวเป็นปิศาจขี้อิจฉา
แหวกเข้าไปซื้อดอกมะลิ ขัดจังหวะการจัดช่อดอกไม้ของแม่ค้า อาจทำให้ผู้คนแถวนั้นหมั่นไส้เอาได้ แหม แต่จะว่าไปผู้คนเหล่านี้คงเห็นโลกเป็นสีชมพู สดใส อิอิอิ
รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก
อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา อิจฉา ไม่อิจฉา
พอถึงวันนี้แล้วจะนึกถึงเรื่องฮาๆ อยู่เรื่องนึง ตอนที่ผมกำลังอินเลิฟ โลกเป็นสีชมพูแป๊ด ชนิดที่ว่ามองเห็นไฟเขียวไฟแดงเป็นสีชมพู ผมนัดเธอไปทานข้าวเย็นในวันวาเลนไทน์ เป็นนัดครั้งแรกในวันนี้เลยนะครับ คิดดูสิว่าจะตื่นเต้นขนาดไหน
เธอมาจากใจกลางเมือง ส่วนผมก็เข้าไปจากชานเมือง นัดกันไปเจอแถวๆ วัดเสมียนนารี สถานที่นัดก็คือตรงบริเวณคอสะพานข้ามคลอง ซึ่งผมเป็นคนเลือกเอง เพราะมันสามารถจอดรถได้สะดวก
วันนั้นมันเป็นวันที่โชคไม่ดี เพราะผู้คนใช้โทรศัพท์โทรหากันจ้าละหวั่นจนช่องสัญญาณไม่ว่าง ทำให้ผมโทรติดต่อกับเธอยากเหลือเกิน แต่ก็พอคุยกันรู้เรื่องว่าเธอมารอที่สะพานแล้ว ซึ่งตอนนั้นผมก็อยู่ที่สะพานนั่นแหละ แต่หันมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นเธอเลย ทีนี้พอสายหลุดก็เลยติดต่อกันยาก รอกันอยู่เกือบชั่วโมงผมถึงนึกได้ว่าสะพานที่เธอรออยู่คงเป็นสะพานลอยข้ามถนนแหงๆ
ผมก็รีบเดินไปหาเธอที่สะพานลอย ปรากฎว่าเห็นเธอยืนหน้าหงิกสุดๆ
ผู้คนแถวนั้นก็แตกกระจาย ไม่กล้ายืนใกล้ๆ เธอบอกว่าถ้าผมมาช้ากว่านี้อีกห้านาทีก็จะกลับแล้วเนี่ยยยย นึกแล้วก็ขำดี พอเธอหายโกรธ ก็มาสรุปกันว่าเป็นความผิดของมือถือที่ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยวกับเราเลย (จริงๆ เป็นความผิดของผมเองแหละ ที่นัดไม่เคลียร์)
แต่เธอคงจำไม่ได้แล้วล่ะ เรื่องบ้าๆ บอๆ แบบนี้คงมีผมจำได้อยู่คนเดียว
รูปภาพ: http://www.flickr.com/photos/dryicons/2241481050/
เรื่องที่คล้ายกัน
1 comment | tags: ความรัก, รูปภาพ, valentine
Jan
25
2551
ถึงวันนี้จะท้องเสียแล้วก็นอนซมอยู่ที่ห้อง ผมก็ตัดสินใจไปวิ่งออกกำลังกาย ตั้งใจว่าคงจะวิ่งไม่กี่รอบเท่านั้น
เมื่อผมขับรถใกล้จะถึงที่หมาย ก็พบว่าที่ฝั่งซ้ายของถนน มีกลุ่มคนเดินออกกำลังกายอยู่บริเวณนั้นแล้ว ในบรรดากลุ่มคนเหล่านั้นมีหญิงชายคู่หนึ่งที่ดูคุ้นตามากเป็นพิเศษ คำตอบเลือนลางผุดขึ้นมาในใจ เพราะผมเห็นแต่เพียงด้านหลังของทั้งสองคน แต่แล้วในที่สุดเมื่อขับรถเข้าไปใกล้คำตอบนั้นก็กระจ่างชัด
แม้ผมไม่เห็นหน้าเธอ ได้เห็นเพียงด้านข้าง ผมก็จำได้ทันทีว่าคือเธอคนที่ผมเคยหลงรัก ผมยังจำแก้มนุ่มๆ ของเธอได้ เธอกับเขาจับมือ พูดคุย และเดินช้าๆ ไปด้วยกัน
ผมขับรถผ่านพวกเขาไป แต่ก็ยังมองคนทั้งสองผ่านกระจกหลัง พร้อมๆ กับความรู้สึกงงงวยว่าทำไมจึงเจอทั้งสองคนที่นี่ได้ ผมมาวิ่งที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่นี่เป็นหนแรกที่ผมเจอพวกเขา
ผมจอดรถแล้วแต่ยังคงนั่งแช่อยู่ข้างใน เห็นทั้งสองคนเดินเลี้ยวไปที่ถนนอีกฟาก แล้วก็เห็นฝ่ายชายเอามือโอบกอดผู้หญิงไว้ จากท่าทีที่โอนโยนของเขาทำให้ผมรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ บอกตรงๆ ว่าหากผมเห็นสิ่งที่เขาทำเมื่อสัก 3-4 ปีก่อนหน้านี้ ตอนนี้อาจจะกำลังทุรนทุรายจะเป็นจะตายอยู่แล้วแน่
แต่ผมกลับคิดว่า เธออาจมีเรื่องไม่สบายใจหรือกังวลใจอะไรบางอย่าง จนทำให้เขาต้องโอบกอดเธอเพื่อปลอบใจ ผู้ชายคนนี้ที่เธอเลือกคงจะช่วยปลอบใจ และให้กำลังใจเธอได้ดีกว่าใครคนไหน
พวกเขาทั้งสองเดินลับตาไปแล้ว แต่ผมยังคงครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ …
ความจริงแล้วสถานที่แห่งนี้มีความทรงจำระหว่างผมกับเธอมากมาย ตั้งแต่ผมเป็นเพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน จนใครๆ ก็จะถามหาเธอเมื่อผมอยู่คนเดียว และใครๆ ก็จะถามหาผมเมื่อเธออยู่คนเดียว
บริเวณสนามหญ้าที่อยู่ข้างหน้าผมนี้ เคยเป็นที่เรามองดูฝนดาวตกด้วยกัน ผมและเธอนั่งอยู่บนจักรยานคันเดียวกัน เราทั้งคู่แหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้า มองดูฝนดาวตกที่วิ่งผ่านท้องฟ้าไปดวงแล้วดวงเล่า
ผมยังจำช่วงเวลานั้นได้ดี แล้วเธอจะยังคงจำมันได้ไหมนะ?
ตอนนั้นผมไม่มีทางรู้ได้เลยว่าช่วงเวลานั้น จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ผมจะต้องมานั่งนึกถึงอยู่ในวันนี้ มันเป็นช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่มีความสุข ปราศจากความรู้สึกทุกข์ร้อน ปราศจากแม้กระทั่งความรัก มีแต่มิตรภาพที่เราหยิบยื่นให้แก่กันและกัน
สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเธอก็ได้เริ่มเลอะเลือนไปตามกาลเวลาบ้างแล้วละครับ ทั้งความสุขและความทุกข์ใจ จะมีอะไรเหลือบางสิ่งให้จำได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นเพราะผมพยายามไม่ใส่ใจ ไม่อยากจะนึกคิด
แต่บางครั้งลิ้นชักความทรงจำก็เปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในก็ปลิวกันให้ว่อน เหมือนฝนดาวตกที่กำลังตกอยู่ในใจผมในตอนนี้
เรื่องที่คล้ายกัน
4 comments | tags: ความรัก, ความสุข, วิ่ง