2553
สวัสดีปีใหม่ครับ!
ผมมีคำถามที่ถามตัวเองอยู่ในช่วงนี้ เลยขอฝากถามไปถึงคนอ่านด้วยว่า… ยังรู้สึกถึงความเป็นปีใหม่อยู่หรือเปล่า? ผ่านมาแค่เดือนเดียวเอง ความสุขของปีใหม่จืดจางลงหรือยัง? ต้องรอถึงปีหน้าหรือจึงจะมีความสุขแบบนี้อีก? แล้วปีหน้าก็จะเป็นแบบนี้อีกใช่ไหม?
พระท่านบอกว่าปีใหม่เป็นเรื่องสมมุติ วันก็เป็นเรื่องสมมุติ เวลาที่เป็นชั่วโมง นาที วินาที ก็เป็นเรื่องสมมุติ
แม้ว่าเราไม่สมมุติวันและเวลาขึ้นมา พระอาทิตย์ก็ยังขึ้นทางด้านหนึ่งและตกอีกทางด้านหนึ่ง โลกก็ยังหมุนรอบตัวเองทำให้เกิดกลางวันและกลางคืน
วันนี้ขณะที่ผมกำลังขับรถอยู่ ผมนึกถึงเรื่องของความรู้ต่างๆ ที่มนุษย์พยายามศึกษาค้นคว้า และอ้างว่าได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับโลก จนถือตนว่าเก่งกว่าโลก เก่งกว่าธรรมชาติ มนุษย์สามารถสรรสร้างได้ทุกสิ่ง แม้แต่เลืยนแบบการสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมา
หากคิดใคร่ครวญดูให้ดี แรกเริ่มเดิมทีความรู้มาจากไหนกันล่ะ ความรู้ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่มีมนุษย์ แล้วก็ถูกลบล้างหรือต่อยอดจากมนุษย์ในยุคต่อๆ มา
ความรู้เริ่มจากธรรมชาติใช่หรือไม่? มนุษย์เฝ้าสังเกตสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ และพยายามศึกษาและเข้าใจ แล้วจึงนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ตามความสนใจของตนเอง จนเกิดเป็นศาสตร์ความรู้แขนงต่างๆ
แต่มนุษย์ก็ไม่สามารถเข้าใจได้ทุกสิ่ง บางสิ่งที่มนุษย์เข้าใจไม่ได้ หาคำอธิบายไม่ได้ บางครั้งก็ถูกเรียกว่าสิ่งเหนือธรรมชาติ หรือปฏิเสธการมีอยู่ของสิ่งนั้นไปเสีย
น่าทึ่งไหมครับ! มนุษย์ช่างเก่งเสียเหลือเกิน เก่งจนกระทั่งต้องสถาปนาตนเองเป็นผู้มีความรู้ แล้วแบ่งระดับชนชั้นของความรู้ ด้วยคำนำหน้าที่โก้หรูเท่าที่สติปัญญาจะสร้างสรรค์ได้
บางคนหวงความรู้ หลงคิดไปว่าเป็นของที่ตัวเองสร้างขึ้นมา แต่ลืมที่มาไปของความรู้นั้นว่าแท้ที่จริงแล้วมาจากที่ใดกันแน่
จริงๆ แล้วความรู้เป็นของใครกันล่ะ? เป็นของมนุษย์? เป็นของธรรมชาติ? หรือความรู้ก็เป็นสิ่งสมมุติขึ้นมาเหมือนเช่นวันปีใหม่?
บางทีนั้นเราอาจไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าสิ่งใดจะเป็นจริงหรือถูกสมมุติขึ้นมา สำคัญอยู่ที่เราต้องใช้สิ่งต่างๆ นั้นให้เป็นประโยชน์ โดยไม่เผลอยึดติดกับมัน จนเกิดความทุกข์เพราะยึดสิ่งนั้นไว้อย่างแน่นหนา
ว่าแต่รู้ตัวไหมละครับ ว่าเรายึดอะไรไว้บ้าง?
Private Radio: 

