Feb 24 2551

วันที่ไม่ทำอะไร

วันนี้หลังจากทำความสะอาดกวาดถูห้องแล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไรอีก นอกจากนอนกลิ้งบนพื้น กลิ้งไปกลิ้งมาก็หลับไปซะยังงั้น

หลับแล้วก็ตื่นแล้วก็หลับอยู่สามรอบ ที่สำคัญรอบที่สองทานกาแฟแล้วก็หลับเลย ไม่รู้จะทานไปทำไมให้เปลืองกาแฟ รุ่นพี่คนหนึ่งบอกว่า ทำแบบนี้เป็นการดูถูกกาแฟอย่างแรงนะเนี่ย

พูดถึงกาแฟแล้วมีกาแฟมาอวด พอดีน้องคนหนึ่งส่งของขวัญเป็นกล่องกาแฟมาให้ เป็นกาแฟยี่ห้อ AGF คิดว่าเป็นชุดกาแฟของขวัญโดยเฉพาะ

agf_box.jpg

ข้างในมีขวดกาแฟเล็กอยู่ 5 ขวด แล้วก็เป็นขวดครีมเทียมอีกขวดหนึ่งด้วย

agf_inside.jpg

ฉลากข้างกาแฟเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ผมเลยไม่รู้ว่าแต่ละขวดคืออะไร (เอาไว้ว่างๆ จะไปเรียนภาษาญี่ปุ่นจะได้มาอ่านฉลากเข้าใจ :roll: ) ่ตอนนี้ก็เปิดมาชิมก่อนขวดหนึ่งอีก 4 ขวดที่เหลือเอาไว้ก่อน เพราะขืนเปิดหมดคงกินไม่ทัน เดี๋ยวโดนราแย่งกินซะหมด

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Oct 24 2550

คนบางใคร

ระหว่างการเดินทาง  น้องที่ติดรถผมกลับมาด้วยได้อัพเดทเรื่องราวของ “คนบางใคร” ให้ผมฟัง

“คนบางใคร” ที่ผมยอมให้ทั้งใจ แต่สุดท้ายเธอก็จากไป ทิ้งไว้เพียงรอยเปื้อนด่างดำที่ผมพยายามขัดล้าง  เป็นรอยเปื้อนที่ต้องใช้ผงเวลาทำความสะอาด  แหม! หากจะมีใครอีกคนมาช่วยผมออกแรงก็น่าจะดีไม่น้อยเลย

แต่นับวันใครอีกคนมันก็เป็นเพียงความหวังที่ลางเลือน  พอๆ กับเส้นผมบนหัวที่ร่วงโรยไปทุกวัน  สงสัยจังเลยว่าถ้าผมร่วงจนหัวล้านแล้วจะหาแฟนได้ไหมนี่  เฮ้อ กลุ้มกุ้มใจจริง

ขออนุญาตคิดปลอบใจตัวเองหน่อยนะครับ  “เออน่ะ จะทำไงได้  ช่างหัวมันเหอะนะ”

ผมโดนทิ้งไปเพราะเจอคนที่ดีกว่า เก่งกว่า มีดีกรีสูง จบจากนอก  และที่สำคัญรวยกว่ามาก? อันนี้ผมไม่รู้หรอก  แรกๆ ก็คิดแบบนั้น แต่ก็ไม่พยายามคิดให้มันบั่นทอนตัวเอง   ยังไงก็ตามผมได้ยินเต็มสองรูหูแน่ๆ ว่า  “เขาคนนี้เหมือนกับฟ้าประทานมาให้”

อ้าว งั้นผมก็คงโดนนรกถีบส่งมาให้เธอใช้งานสิเนี่ย  ยมบาลสั่งให้มารอรับใช้จนถึงเวลาที่พระเจ้าประทานเขามาให้เธอ แล้วก็ถีบผมกลับลงไปที่เดิม โอ้ว…  มันเจ็บปวดซะไม่มี

เรื่องนี้มันผ่านไปนานแล้วละครับ  และผมก็กำลังขัดรอยด่างดำออกจากใจ    ยังไงก็อย่าเป็น “คนบางใคร” ที่สร้างรอยด่างดำให้ใจคนอื่นนะครับ  บางทีถ้าไม่มีตัวช่วย และต้องออกแรงคนเดียวอย่างผม  มันขัดออกยากน่ะ   :lol:

คิดถึงคนบางใครที่ไกลห่าง
รอคอยอย่างอ้างว้างและเงียบเหงา
ผูกจิตรักปักใจไว้เพียงเงา
ได้แต่เฝ้าแอบคอยอยู่อย่างรู้ตัว

ที่มา: 1

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Jul 10 2550

จัดห้องมาราธอน

6-7  วันผ่านไปผมก็ยังจัดห้องไม่เสร็จ  อาการมันเหมือนจะเสร็จแต่ก็ไม่เสร็จ

หลังจากที่ขนหนังสือเรียนเก่าๆ ไปทิ้ง ผมก็ได้ที่ว่างเพิ่มขึ้นมา เลยตัดสินใจย้ายชั้นหนังสือไปวางแทนที่  ทีนี้จะย้ายชั้นหนังสือก็ต้องขนหนังสือลงมาจากชั้นเสียก่อน  หนังสือบนชั้นก็มีฝุ่นเกาะพอประมาณ  ผมเลยถือโอกาสทำความสะอาดหนังสือไปด้วย

ผมทำความสะอาดหนังสือทีละเล่ม ด้วยการปัดฝุ่นแล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด แล้วก็เช็ดให้แห้งอีกที ตบท้ายด้วยการเปิดอ่านข้างในเล่มละนิดละหน่อย  เพลินไปทั้งเสาร์อาทิตย์

หนังสือบางเล่มก็จำไม่ได้ว่าซื้อมาตอนไหน  บางเล่มก็จำได้ว่าซื้อเมื่อไหร่ จากที่ไหน แถมดันจำได้อีกว่าไปซื้อกับใคร  บางเล่มหยิบขึ้นมาแล้วก็ต้องนั่งนิ่งอึ้งไปเหมือนกัน  มีหนังสือบางเล่มที่แม่ซื้อให้ตั้งแต่สมัยเรียน ป.ตรี เป็นหนังสือเกี่ยวกับกำลังใจ เวลาผมท้อแท้เครียดกับการเรียนก็หยิบเล่มนี้แหละขึ้นมาอ่าน

หลังจากย้ายชั้นหนังสือและจัดหนังสือกลับคืนเข้าไปในชั้นเสร็จ  ก็หันไปจัดกองซีดีต่อ จัดไปก็เอามาเปิดฟังไปด้วย  แล้วก็โหลดเพลงจากซีดีลงใน iTune  จะได้เอาไปใส่ใน iPod ต่ออีกที

ตอนนี้ก็เหลืออีกหน่อยเดียว  ชักอยากมีเวทมนต์  เสกให้ข้าวของลอยเข้าที่ของมันจริงๆ เลยครับ :wink:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Apr 23 2550

มุมพักผ่อน

เมื่อวานนี้ครอบครัวผมพากันไปซื้อเก้าอี้ไม้ยาว เพื่อเอาไว้เป็นที่นั่งพักผ่อนในช่วงเย็น  เราช่วยกันยกไปตั้งไว้ใต้ต้นมะขามที่พอมีร่มเงาอยู่บ้าง  แต่ก็ดูเหมือนเงาของต้นมะขามจะไม่ใหญ่พอที่จะบังแสงแดดที่ร้อนแรง  จนเราต้องออกไปซื้อร่มคันใหญ่สีเขียวมาช่วยกันความร้อนอีกชั้น  

chair.jpg

นอกจากนั้นเราก็ยังช่วยกันปรับสภาพแวดล้อมรอบๆ ด้วยการจัดวางกระถางต้นไม้ใหม่ ตัดแต่งต้นไม้ ขนกิ่งไม้แห้งไปทิ้ง ทำความสะอาดพื้น  หน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของผมก็คือ คอยยกกระถางที่มีต้นไม้ที่ตายแล้วไปซ่อนไว้หลังบ้าน (อิอิ)  

สิ่งที่เราทำด้วยกันทั้งหมดเป็นถือกิจกรรมหนึ่งในครอบครัวของเรา  ซึ่งเราก็จบกิจกรรมนี้ด้วยการถ่ายรูปครอบครัวที่เก้าอี้ตัวนี้  เป็นความสุขง่ายๆ ในมุมพักผ่อนมุมใหม่ในบ้านของเรา   :smile:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Mar 31 2550

กระทืบ

ด้วยความโมโหที่เกินจะควบคุม ผมเดินไปกระทืบบุหรี่ที่อยู่บนพื้นอย่างแรง
เสียงที่ดังทำให้ใครๆ แถวนั้นตกใจหันมามอง ซึ่งคงจะรวมไปถึงคนที่ดีดบุหรี่ทิ้งลงที่พื้นด้วย

ผมไม่เห็นว่าใครเป็นคนทิ้ง เพราะตำแหน่งที่ผมนั่งถูกบังด้วยเสาต้นใหญ่  เห็นแต่เพียงบุหรี่ที่ถูกดีดทิ้งจากคนสูบ ผมไม่ได้เงยหน้ามองว่าเขามองผมหรือเปล่า  ผมเพียงแต่ยืนนิ่งสักพักแล้วเดินช้าๆ กลับไปนั่งคุยกับเพื่อนต่อ

หากผมเห็นว่าใครเป็นคนดีดบุหรี่นี้ทิ้งมา ผมคงจะมองหน้าแล้วหยิบเอาไปคืนให้กับคนที่ทิ้งมัน ผมไม่กลัวหรอกนะว่าจะมีปัญหาอะไรตามมา เพราะนี่คือที่ทำงานของผม และนี่ก็เป็นที่สาธารณะ แค่ควักบุหรี่ขึ้นมาสูบก็ถือว่าผิดแล้ว  พวกเขาเป็นแค่คนที่มาอาศัยอยู่ชั่วคราว มาแล้วก็ไป ไม่ได้ใส่ใจว่าต้องดูแลทรัพย์สมบัติที่เป็นของส่วนรวมอย่างไร เรียกได้ว่าสำนึกของส่วนรวมไม่มี

ผมไม่เคยทิ้งเศษขยะหรือสิ่งของลงบนพื้น หากจะทิ้งอะไรผมก็จะต้องทำไปทิ้งที่ถังขยะทุกครั้ง  และหากทิ้งแล้วไม่ลงถังผมก็จะเก็บขยะชิ้นนั้นขึ้นมาใส่ลงในถัง  ผมมักจะแปลกใจและสงสัยเสมอเมื่อเห็นบางคนทิ้งขยะที่อยู่ในมือลงบนพื้นหน้าตาเฉย  หรือลุกออกจากโต๊ะไปโดยไม่ใยดีกับสิ่งที่ตัวเองทำทิ้งไว้  ทำไมช่างไม่รู้สึกละอายแก่ใจกันบ้างนะ?

คนพวกนี้คงจะสามารถทำอะไรก็ได้ในสิ่งตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาว่าจะทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่  เรื่องแบบนี้คงไม่เกี่ยวกับการศึกษา  เพราะผมเห็นคนที่มีการศึกษาหรืออยู่ในระหว่างการศึกษาแล้วเรียกตัวเองว่าปัญญาชน ประพฤติตัวแบบนี้อยู่ถมเถไป

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไปดูหนังค่อนข้างบ่อย  และจะรู้สึกอนาถใจทุกครั้งที่เมื่อหนังจบ เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เปิดไฟเพื่อทำความสะอาด ผมจะเห็นอย่างชัดเจนว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางกองขยะ  บางครั้งเมื่อทำความสะอาดไม่ทันคนที่มาดูรอบถัดไปก็ต้องนั่งดูหนังท่ามกลางกองขยะเหล่านั้นกันต่อไป

พูดเรื่องขยะในโรงหนังแล้วนึกถึงตอนที่ตัวเองเป็นเด็กนักเรียนสมัยปฐม  มีครั้งหนึ่งที่โรงเรียนพานักเรียนในโรงเรียนไปดูหนังเรื่องมหาตมะคานธี   ผมจำได้ว่าตื่นเต้นมากตั้งแต่เข้าแถวเดินออกจากโรงเรียนเดินกันเป็นแถวจนไปถึงโรงหนัง

เราเลือกที่นั่งกันได้ตามใจชอบ เพราะเป็นการเหมาทั้งโรง แต่ผมดันโชคร้ายเพราะไปเลือกนั่งตรงที่ๆ มีคนทิ้งถุงโค้กห้อยไว้ที่เก้าอี้   และด้วยความซุ่มซ่ามของผมเองที่ไปโดนถุงโค้กทำให้น้ำโค้กที่เหลือหกราดกางเกงผมจนเปียกไปหมด

โค้กมันก็คือน้ำผสมน้ำตาล ลองคิดดูว่ามันจะทรมาณแค่ไหนที่ต้องนั่งทนเหนียวจนกระทั่งหนังจบ จะลุกไปไหนก็ไม่กล้า และไม่รู้จะทำยังไง  แต่หนังเรื่องนี้ยาวมากพอที่จะทำให้กางเกงผมแห้งพอดี ทิ้งไว้แต่ความเหนียวที่ผมต้องทนจนโรงเรียนเลิก

ดีที่มดไม่แห่กันมาขึ้นกางเกงผม  ไม่เช่นนั้นจากหนังสารคดีชีวิตของท่านมหาตมะคานธี อาจกลายเป็นหนังติดเรทของผมแทนก็เป็นได้  แค่นึกก็หวาดเสียวแล้วครับ!

Related เรื่องที่คล้ายกัน