Apr 16 2553

ตุ๊กแก!

ตุ๊กแกส่งเสียงร้องตอนเที่ยงคืนเป๊ะ  สงสัยมันจะทำหน้าที่เป็นยามบอกเวลาประจำหมู่บ้าน
แม่บอกว่าตุ๊กแกตัวนี้วิ่งไปมารอบๆ บ้าน  เดี๋ยวก็ร้องตุ๊กแกตรงโน้น  เดี๋ยวก็มาร้องตุ๊กแกตรงนี้

ยังดีที่มันร้องอยู่นอกบ้าน  หรือที่มันวิ่งไปมาเนี่ยเพราะมันกำลังหาทางเข้าบ้านก็ไม่รู้สิ

สำหรับใครหลายคน สงกรานต์คงเป็นช่วงเวลาหนึ่งของปีที่สุขสนุกสนานที่สุด  ซึ่งก็แล้วแต่มุมของความสุขที่แต่ละคนได้เจอ

สุขที่สุดในช่วงสามวันของสงกรานต์  แล้วอยู่ดีๆ สุขนั้นก็กระโดดหนีออกไปจากตัวเรา  เมื่อต้องกลับไปเจอรถติด งานที่กองรอท่วมหัว

เดี๋ยวใจก็พองเป็นลูกโป่งสดใสลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า  แต่เดี๋ยวก็เหี่ยวแห้งละลิ่วตกสู่พื้น  มันแปลกดีเนอะ?

ผมกลับมาบ้านหลายวันแล้ว  แต่รู้สึกเหมือนว่าเป็นเวลาชั่วแว้บเดียว  ความสุขวิ่งผ่านไปไวอย่างที่เขาว่าจริงๆ

ส่วนความทุกข์รู้สึกเหมือนมันเกาะเหนียวแน่นเป็นตีนตุ๊กแก  ผ่านมาแล้วก็แวะมาร้องทักเสียนาน  ไม่ยอมหนีไปไหน

เวลาที่ความทุกข์โผล่มา  บางทีมันก็ไม่ให้สุ้มเสียง  ขอให้จินตนาการเวลาที่เราเข้าห้องน้ำ  พอปิดประตูปั๊ปถึงเห็นว่ามีตุ๊กแกตัวบะเร่อเกาะอยู่หลังประตูห้องน้ำ  ตกใจตะลึงงันทำอะไรไม่ถูก

พระท่่านว่าเราฝึกจิตใจไว้รับเรื่องอะไรทำนองนี้แหละ  เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันจู่โจมเราได้ทุกเมื่อ  ถ้าเราตั้งสติได้ก็จะสามารถรับมือแล้วแก้ปัญหาได้ทันเวลา

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าผมก็จะต้องเดินทางกลับไปทำงานแล้ว   มันทำให้รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก

ผมเศร้าเพราะผมคิดไปข้างหน้า  แต่ในปัจจุบันเวลาที่เขียนอยู่นี้  ผมนอนอยู่บนที่นอนหนานุ่มเย็นสบาย

รู้สึกสุขใจเมื่อกลับมาสู่เวลาที่เป็นปัจจุบัน

ตุ๊กแกเงียบไป   ไม่รู้มันไปไหน  หลับยามหรือเปล่าก็ไม่รู้

ผมไปนอนหลับแข่งกับมันดีกว่าครับ

:mrgreen:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Jan 15 2551

วันที่ฉันป่วย

ป่วยซะแล้วครับ เจ็บคอมาได้ 2-3 วัน ช่วงเวลาที่ตื่นนอนจะรู้สึกเจ็บที่สุด แถมวันนี้มีอาการมึนหัวด้วย ทั้งวันรู้สึกคอแห้ง แสบเคือง จนต้องจีบน้ำเก็กฮวยร้อนเป็นระยะๆ ก็ช่วยได้บ้างเหมือนกัน

ผมคิดว่าตัวเองไม่มีไข้ แต่ปิดพัดลมก็ร้อน เปิดพัดลมก็หนาว อาการเจ็บคอกำเริบใหญ่ งั้นก็อยู่มันแบบร้อนๆ นี่แหละ…

เวลาที่เป็นไข้ตัวร้อน มักจะนึกถึงสมัยเด็กๆ ที่แม่จะเอาผ้าชุบน้ำเย็นมาโปะไว้ที่หน้าผาก ทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แม่ก็จะเอาผ้าไปชุบน้ำเย็นมาใหม่ แล้วก็วางโปะไว้ที่เดิม พอเป็นไข้ก็ไม่ต้องอาบน้ำใช้วิธีการเช็ดตัว แม่ก็จะมาเช็ดตัวให้

มีครั้งหนึ่งผมเคยป่วยหนักเป็นโรคไวรัสลงตับอะไรสักอย่าง จนต้องหยุดโรงเรียน หมอให้นอนอยู่ที่บ้านเป็นเดือนเลย แม่ก็จะคอยดูแลด้วยความเป็นห่วงอยู่ตลอด

ผมจำไม่ได้หรอกว่าได้หยุดเรียนนานขนาดนั้นน่ะ จะมีความสุขขนาดไหน สิ่งที่จำได้กลับเป็นภาพตัวเองนอนอยู่บนเตียง แล้วมีแม่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

ถ้าต้องฉีดยาหรือเจาะเลือดไปตรวจ คนที่ผมไว้ใจที่สุดก็คือแม่ แม่ผมมือนิ่มที่สุด  (อย่าเข้าใจผิดว่าผมชอบโดนฉีดยานะครับ)

รักแม่ทุกวันเลย :)

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Jan 4 2551

Back to the future

วันนี้ขับรถหลายร้อยกิโล ฝ่าดงรถนับร้อยพันบนถนนกลับมาถึงที่พักด้วยสวัสดิภาพ ผมไม่คิดเลยว่าจะเจอรถมากมายขนาดนี้ แต่จะว่าไปก็ไม่มากถึงขนาดคลานแข่งกับเต่า มีบ้างเป็นบางช่วงที่วิ่งเร็วกว่าเต่านิดหน่อย อุบัติเหตุก็มีให้เห็น 2-3 ราย ซึ่งก็แค่ชนท้ายให้ประกันได้ทำงานบ้าง

สิ่งที่แปลกใจอย่างหนึ่งก็คือ วันนี้ไม่ค่อยเจอรถนิสัยไม่ดีเท่าไหร่ หรือเพราะผมพยายามใจเย็นลงก็ไม่รู้ล่ะ จะหงุดหงิดเก็บมาเป็นอารมณ์ก็ใช่ที่ แต่ผมก็อดรำคาญพวกที่ขับรถมาจี้ตูดไม่ได้เหมือนกัน ก็คงต้องปล่อยให้ธรรมชาติสั่งสอนให้หลาบจำเอาเอง

กลับบ้านคราวนี้ ผมได้ไขมันมาพอกที่รอบๆ เอวขึ้นอีกมากหน่อย คิดๆ ดูแล้วคงต้องวิ่งเป็นเดือนกว่าจะจัดการกับส่วนที่เพิ่มขึ้นมาได้นี้ ไม่ใช่ว่าผมอยากรักษาหุ่นหรอกนะครับ ผมไม่อยากอ้วนมากไปกว่านี้ เพราะอึดอัดกับกางเกงที่มันคับติ้วต่างหากล่ะ

ผมหอบข้าวของกลับไปบ้านมากมาย ได้หยิบได้จับอยู่ไม่เท่าไหร่ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหอบไปให้เปลืองน้ำมันรถทำไม นอกจากนี้ผมมีความตั้งใจอยู่ว่าจะไปตระเวณรอบๆ เมือง ดูความเปลี่ยนแปลงและเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกไว้บ้าง

ผมขออนุญาตเอารถคันใหม่ของแม่ออกไปขับชมเมืองอยู่วันหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้จะไปถ่ายรูปที่ไหน แล้วก็ดันไปเจอรถติดตอนช่วงเลิกงานเข้าให้ เลยตัดสินใจขับรถกลับมาจอดที่บ้านเหมือนเดิม เพราะยังไม่คุ้นกับรถของแม่เท่าไหร่ กะระยะหน้าหลังยังไม่ถูก เลยมัวแต่พะวงกับการขับรถมากกว่าดูความเปลี่ยนแปลงของเมือง

แม่บอกว่าเดี๋ยวนี้รถติดในช่วงเช้าและเย็นแล้ว เมืองที่ดูเรียบง่ายกลับกลายมีความวุ่นวายคล้ายๆ เมืองกรุงเข้าไปทุกที แล้วพวกกลุ่มนายทุนโลตัสบิ๊กซีทั้งหลาย ได้มาบุกบดขยี้ร้านโชว์ห่วยไปเรียบร้อยโรงเรียนฝรั่ง

คนแถวนี้เองก็ติดกับของนายทุนพวกนี้เข้าแล้ว อย่างเช่นในวันปีใหม่ผู้คนก็พากันไปอัดแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋องอยู่ในโลตัส คนที่อยู่รอบๆ อำเภอเมืองก็พากันหอบลูกจูงหลานมาเที่ยวที่โลตัส วู้ ใช้จ่ายเงินกันอย่างสนุกสนาน นายทุนทั้งหลายคงหัวเราะ บอกเสร็จตู เสร็จตู

ขอสารภาพว่า ที่รู้เนี่ยก็เพราะผมกับแม่ก็ไปซื้อกระเช้าของขวัญที่นี่เหมือนกัน แต่สุดท้ายเราก็กลับมาซื้อในร้านโชว์ห่วยเจ้าประจำในเมือง และพบว่าราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่มีกระเช้าให้เลือกมากกว่าหลายเท่า รู้งี้ไม่ขับรถไปให้เปลืองน้ำมันหรอกครับ :neutral:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Dec 22 2550

เลือกสแปม?

ตอนนี้กำลังสู้กับสแปมที่ Live shout box มันส์มากเลย สถิติสแปมที่บล็อกได้ก็เพิ่มเป็นพันภายในสัปดาห์เดียว

แต่พักเรื่องสแปมไว้ก่อน  เพราะมีอีกเรื่องหนึ่งที่คล้ายๆ กัน

เมื่อวันก่อนโน้นไปซื้อของที่ตลาด  รปภ.ของตลาดก็โบกให้ผมหยุดทั้งๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  ผมเปิดกระจกรถ  แล้วเขาก็ส่งเอกสารโฆษณาชวนเชื่อ ให้เลือกใครสักคนเป็นตัวแทนให้กับผม  

วันนี้นั่งอยู่ในบ้าน ก็มีรถหาเสียงขับผ่านหน้าบ้านพร้อมๆ กับเสียงเพลงอึกทึก ให้เลือกเขา หมายเลขนี้นะครับพี่น้อง  เสียงอึกทึกดังจนไม่ได้ยินเสียงอะไรอย่างอื่น

ในทีวีก็มีการรณรงค์ให้ออกไปเลือกตั้ง เป็นข่าวดังที่สุดของสื่อมวลชน  มีอยู่เพลงหนึ่งมีเนื้อหาที่สะกิดใจผมเหมือนกัน  เพราะเขาบอกว่าพรุ่งนี้อนาคตของชาติอยู่ในมือเรา

คิดแล้วก็จริงอย่างที่เขาว่า เพราะ อนาคตของชาติอยู่ในมือเราตั้งแต่ช่วงเวลาที่เราจรดปากกาลงบนกระดาษ  กากบาท 3-4 ที  แล้วก็เดินไปหย่อนบัตรที่หีบ  หลังจากนั้นอนาคตของชาติก็อยู่ในมือคนอื่น 555 :lol:

ช่วงที่เรากำลังกากบาทก็ขอให้สำนึกไว้ว่า  พลังอำนาจได้อยู่ในเมือเราแล้ว  แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ มาก  เพราะมันสั้นกว่าเวลาที่เรานั่งปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำเสียอีก  ดังนั้นเราต้องตั้งสมาธิให้มั่นอยู่กับการกากบาท 3-4 ทีนั้น  เราจะต้องมีสมาธิแน่วแน่และมั่นคงมากกว่าการปล่อยของเสียออกจากร่างกายนะครับ

ท่องไว้ในใจนะครับว่า นี่คือการเลือกของดี  ไม่ใช่ปล่อยของเสีย  ไม่เหมือนกัน  (แต่อาจจะคล้ายกันในบางแง่มุม   อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะคิด :roll: )

ขอให้ประเทศไทยแคล้วคลาดจากคนไม่ดี  ให้อยู่ในมือคนที่ไม่ดีน้อยที่สุด  โกงกินชาติน้อยที่สุด  เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องน้อยที่สุด :idea:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Nov 26 2550

กล้องงานแต่ง

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปช่วยงานแต่งของเพื่อน  พอเพื่อนโทรมาบอกให้ช่วยเป็นตากล้องให้หน่อย  ผมรับปากเขาพร้อมกับจะช่วยจัดหาตากล้องอีกคนไปช่วยด้วย  เพื่อนผมบอกว่าอยากให้ถ่ายเก็บบรรยากาศไปเรื่อยๆ  ซึ่งก็ตรงกับคอนเซ็บที่ผมกับเพื่อนต้องการพอดี

pool.jpg

ผมไปงานแต่งมาหลายงาน แต่เพิ่งเคยเจองานนี้ที่เพื่อนผมจ้างทีมออร์การไนเซอร์มาช่วยจัดการสิ่งต่างๆ  ซึ่งผมก็รู้ก่อนคืนวันงานทำให้งงว่าทำไมเพื่อนไม่ให้ทีมออร์กาไนเซอร์จัดการเรื่องการถ่ายภาพไปด้วย  ผมสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามเขา

เมื่อถึงวันแต่งผมและรุ่นน้องตื่นตั้งแต่ตีห้ากว่าๆ เราออกเดินทางประมาณหกโมงเช้า เพราะไม่แน่ใจว่าบริเวณที่เขาพักนั้นรถจะติดขนาดไหน  เมื่อเราไปถึงบ้านเขาก็พบว่ามีญาติได้มารออยู่แล้ว พร้อมกับออร์การไนเซอร์กำลังจัดสถานที่ให้เรียบร้อย

บ้านของเขาใหญ่โต ราคาหลายล้าน มีสระน้ำอยู่ภายในบ้าน ซึ่งเป็นปัญหากับผมและเพื่อนมาก  เพราะต้องคอยระวังไม่ให้พลัดตกลงไปในสระ  ในบ้านยังไม่ได้ตกแต่งอะไร  เพราะเขายังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่

ผมและรุ่นน้องเริ่มงานตั้งแต่ประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เพราะเขาต้องมีฤกษ์นำพระพุทธรูปเข้าบ้าน  เราถ่ายเก็บบรรยากาศไปเรื่อยๆ  ซึ่งก็ดูเหมือนบางคนจะยังไม่คุ้นเคยกับการถูกช่างภาพถ่ายรูปในลักษณะแคนดิตเท่าไหร่นัก  แต่นั่นก็เป็นหน้าที่เราและเป็นสิ่งที่เจ้าภาพงานแต่งต้องการด้วย

เมื่อถึงงานที่เป็นพิธีการจริงๆ ผมพบว่ามีปัญหาเรื่องสถานที่  เพราะติดเรื่องสระน้ำที่ทำให้เราไม่สามารถถอยหลังออกไปเก็บภาพในมุมกว้างได้  จึงต้องเปลี่ยนไปใช้เลนส์ไวด์เพื่อให้เก็บภาพได้ทั้งหมด

แต่ปัญหาจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ที่สถานที่  กลับเป็นปัญหาเรื่องของช่างภาพที่เป็นเพื่อนๆ ของเจ้าภาพมากกว่าที่เข้ามากีดขวางเกะกะทำให้การถ่ายภาพเป็นไปด้วยความยากลำบากพอสมควร

อย่างไรก็ตามช่างภาพที่รบการทำงานของเราในงานแต่ง  ยังไม่เท่ากับช่างภาพในงานเลี้ยงในอีก 2 วันถัดมา  เพราะแขกที่มาร่วมงานมีกล้องของตัวเอง  ซึ่งรวมไปถึงกล้องมือถือด้วย    เมื่อถึงต้อนที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวป้อนเค้กกัน  ผู้คนทั้งหลายก็มารุมกันถ่ายรูป  กีดขวางเราถึงที่สุด  มีบางคนถึงกับสะกิดขอให้ผมหลีกทางไป

handinhand.jpg

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ผมกับรุ่นน้องก็ได้แต่มองหน้าและส่ายหัว  แล้วเราก็ถอยทัพเดินออกไปห่างๆ  เราถือว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว  แต่ดูเหมือนผู้คนที่มีกล้องส่วนใหญ่ต้องการภาพไว้เป็นที่ระลึกส่วนตัว

กล้องดิจิตอลปัจจุบันราคาค่อนข้างถูก  กล้องในโทรศัพท์เองก็คุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ  ทุกคนจึงเหมือนมีกล้องติดตัว  อยากได้ภาพถ่ายอะไรก็สามารถทำได้ตามที่ต้องการ  แต่สิ่งสำคัญที่คู่มือการใช้กล้องไม่มีดูเหมือนจะเป็นเรื่องของมารยาทในการใช้กล้อง

ลูกสาวเพื่อนผมมีกล้องเป็นของตัวเอง  และในจังหวะที่ผมกำลังรอถ่ายรูปเจ้าบ่าวและเจ้าสาวรินไวน์  เจ้าหนูน้อยก็ถือกล้องเดินมาขวางผมข้างหน้าหน้าตาเฉย  ผมเองต้องเรียกเพื่อนให้เขาเรียกลูกสาวตัวเองให้ออกจากมุมกล้องของผม

ผมคิดว่ามีกล้องต้องมีมารยาทในการใช้  ดูตาม้าตาเรือสักนิด ถ้าอยากจะถ่ายรูปก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก  แต่ให้สังเกตสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะในงานพิธีการ  มองดูให้รู้ว่าใครเป็นตากล้องหลักของงาน  หลีกทางให้เขาทำงานให้เรียบร้อย  หรือไม่ก็อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไปขวางทางเขา   ผมเชื่อว่าหลายๆ คนถ่ายรูป ก็คงเก็บเอาไว้ดูเป็นที่ระลึกเท่านั้น  คงมีน้อยคนที่ส่งรูปให้กับเจ้าภาพของงาน

ตากล้องหลักเขาจำเป็นจะต้องทำงาน  เพราะเขาอาจถูกว่าจ้างมาให้เก็บภาพในวาระที่สำคัญของงาน  ซึ่งเป็นภาพที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องการและสำคัญกับพวกเขามากที่สุด

มีกล้องก็ต้องมีมารยาท ใช่มั๊ยครับ?

Related เรื่องที่คล้ายกัน