Mar 6 2551

3 วินาทีของชีวิต

ในขณะที่วิ่งออกกำลังกาย ผมเหลือบมองไปข้างทาง ก็เห็นต้นไม้เรียงรายกันอยู่สองข้างทาง ต้นไม้ทั้งหลายดูเหมือนเคลื่อนที่สวนทางกับผม

แล้วไม่รู้ว่าเป็นมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร อยู่ๆ ผมก็สงสัยขึ้นมาว่า ในช่วงของชีวิตคนเรานั้นจะมีโอกาสที่ จะได้เห็นการพัฒนาหรือเรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ ที่เรามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ และได้ย้อนระลึกถึงมากน้อยแค่ไหน

เมื่อลองคิดดูดีๆ แล้วจะพบว่า เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะเกิดขึ้นจากความต้องการอันไม่สิ้นสุดของคน คนที่ไม่รู้จักพอ

โลกเป็นดาวดวงเล็กๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล เมื่อเทียบตัวเรากับโลกแล้ว เราเป็นมนุษย์ตัวเล็กนิดเดียว แต่ความต้องการของเราดูจะยิ่งใหญ่กว่าโลกทั้งใบ และแม้แต่ทั้งจักรวาลก็ไม่อาจตอบสนองความต้องการของคนได้ เพราะเพียงคนๆ เดียวก็สามารถมีความต้องการที่จะครองโลกทั้งใบ และจักรวาลทั้งหมดได้

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ความบังเอิญของปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้โลกใบนี้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่สิ่งมีชีวิต ถ้าโลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่านี้ก็จะร้อนเกินไป ถ้าถอยห่างดวงอาทิตย์ออกไปมากกว่านี้ ก็จะหนาวเย็นเกินไป  จนทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเกิดขึ้นได้

โลกไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่โลกได้ความช่วยเหลือจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ดวงอาทิตย์ให้พลังงาน ให้แสงสว่าง ดาวพฤหัสที่ใหญ่กว่าโลกหลายร้อยเท่าช่วยปกป้องโลกจากวัตถุต่างๆ ไม่ให้พุ่งเข้าชนโลก  ดวงจันทร์ทำให้โลกเกิดฤดูกาล

ฤดูกาลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการวิวัฒนาการของชีวิต  ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็หยุดนิ่ง ดังนั้นชีวิตก็คือการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรสามารถคงอยู่ได้อย่างถาวร

โลกคอยตอบสนองความต้องการไม่รู้จบของผู้อยู่อาศัย และต้องเยียวยารักษาตัวเอง โดยได้ความร่วมมือที่น้อยนิดจากผู้อยู่อาศัย

มุนษย์แทบไม่รู้หรอกว่าโลกใบนี้มหัศจรรย์เพียงไหน เพราะเราคิดว่าเราสามารถครองโลกได้ เราคือโลก โลกนี้เป็นของเรา เรามองแต่ตัวเอง เห็นแต่ตัวเอง เราจับโลกทั้งใบมาอยู่ในตัวเอง

ช่างน่าเศร้ากับความไม่รู้จักพอของมนุษย์ ที่หารู้ไม่ว่าชีวิตเรามีเวลาแค่เพียง 3 วินาทีเมื่อเทียบกับชีวิตของโลกใบนี้

อย่าให้สิ่งอื่นๆ มาบดบังความสวยงามของโลกใบนี้เลย ใช้ชีวิต 3 วินาทีให้คุ้มค่าเถอะครับ

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Feb 26 2551

เส้นมันหืนนะ

เที่ยงวันนี้ผมชวนรุ่นพี่ไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านกอเต็กเชียง ผมแวะรับรุ่นพี่แล้วก็ขับรถตรงดิ่งไปที่ร้านด้วยความหิว

กอเต็กเชียงเป็นร้านก๋วยเดี๋ยวที่ราคาเริ่มต้นที่ 40 บาท แต่ก็ให้เนื้อหมูค่อนข้างเยอะ รสชาดก็อร่อยใช้ได้เลย ปกติตอนเที่ยงคนจะค่อนข้างเยอะ แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมดูโต๊ะร้างแปลกตา

ผมมองดูเมนูข้างกำแพง แล้วสั่งบะหมี่หมูพิเศษที่ราคาชามละ 50 บาท รุ่นพี่ก็สั่งตามโดยพูดคำเดียวว่า “สอง” พฤติกรรมสั่งตามแบบนี้เพื่อนๆ ผมจะเรียกกันว่า มนุษย์หัวลูกโป่ง แต่ผมไม่กล้าเอามาแซวรุ่นพี่หรอกนะ กลัวโดนตบกะบาลเข้าให้

เรารออยู่ไม่นาน ก๋วยเตี๋ยวที่ลักษณะชามแสดงให้เห็นว่าพิเศษก็ถูกยกมาวางที่โต๊ะ ผมเริ่มกินไปด้วยความเอร็ดอร่อย แต่ไม่กี่นาทีรุ่นพี่ก็พูดขึ้นมาว่า “ผมว่าเส้นบะหมี่มันมีกลิ่นหืนๆ นะ” ว่าแล้ว รุ่นพี่ก็คืบเส้นบะหมี่ขึ้นมาดมๆ ที่จมูกดังฟืดๆ

ส่วนผมนะเหรอ ผมไม่รู้สึกถึงกลิ่นหืนอะไรหรอก ผมรู้แต่ว่าผมหิว และตอนนี้ผมก็กำลังรู้สึกอร่อยอย่างแรง อยากที่จะจัดการชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าให้หมดไป แต่รุ่นพี่พูดมาแบบนี้ ทำให้ผมชักลังเลว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

ผมเห็นรุ่นพี่ทำท่าทางลังเล แล้วก็บอกว่า ไม่เป็นไร ผมหิวเดี๋ยวกินต่อได้อีกหน่อย จังหวะนั้นผมรู้สึกว่าความอร่อยเริ่มลดลง แต่ยังไงผมว่ามันก็อร่อยอยู่นะ ผมตัดสินใจกินต่อด้วยความอึดอัด ยังไงผมตั้งใจว่าจะซัดมันให้เกลี้ยงชาม

รุ่นพี่เลิกทานแล้ว เหลือเส้นบะหมี่และหมูในชามอยู่พอสมควร แกหันไปสั่งซาละเปาหมูแดงมากินเพิ่มให้อิ่ม ผมสังเกตเห็นว่ารุ่นพี่ดูไม่ค่อยแฮ้ปปี้กับอาหารมื้อนี้เท่าไหร่ ผมเป็นคนชวนแกมากินเลยพลอยไม่ค่อยแฮ้ปปี้ไปด้วย

ระหว่างรอซาละเปา ผมมองไปหน้าร้าน แล้วก็พลันสังเกตเห็นฝูงแมลงวันบินว่อนอยู่บริเวณที่เก็บชาม มีหลายตัวที่เกาะอยู่บนชามด้วย แมลงวันฝูงนั้นทำให้ความอยากมาที่ร้านนี้ของผมลดลงไปเยอะเลย ของกินแถวนี้ยิ่งหายากอยู่แล้วด้วย แย่จัง :sad:

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง มีหนหนึ่งที่โรงอาหาร ผมไปทานหลังใครๆ เขา ส่วนใหญ่ก็ทานกันเสร็จแล้ว ผมถือชามก๋วยเตี๋ยวเข้าไปนั่งสมทบด้วย แต่หลังจากเริ่มกินไปไม่กี่คำ รุ่นพี่ที่นั่งใกล้ๆ พูดขึ้นมาคำนึงว่า “เหม็น!” เอามือปิดจมูกแล้วมองมาที่ชามก๋วยเตี๋ยวของผม หลายคนในโต๊ะก็มองตามมาด้วย

เท่านั้นแหละ ผมอารมณ์ขึ้นเลย โอโห้ บ้าหรือเปล่า คนกำลังหิว กำลังกินอย่างอร่อย มาบอกว่าอาหารข้างหน้าเราเหม็น ยังกับเราทานของเสียอะไรสักอย่างอยู่ ผมเลยยกชามไปนั่งทานโต๊ะอื่นซะเลย แล้วก้มหน้าก้มตากินด้วยความโมโห มีเพื่อน 2 คนตามมานั่งเป็นเพื่อนด้วย เพื่อนถามว่าเป็นอะไร ผมไม่ได้ตอบ พูดไม่ออก แต่อาการแบบนี้ไม่รู้จะเรียกได้ว่า โมโหหิว รึเปล่า

เรื่องวันนี้มันทำให้ผมรู้ว่า บางทีเราอาจสร้างความอึดอัดให้คนร่วมโต๊ะโดยไม่รู้ตัวได้ ในขณะที่คนอื่นเขาเอร็ดอร่อยอยู่ ถ้าเรารู้สึกว่าอาหารมันไม่อร่อย ไม่ถูกปาก ไม่อยากกิน แล้วอยู่ๆ พูดออกมาว่าไม่เห็นอร่อยเลยสักนิด

แต่บางทีมันก็เป็นข้อดีเหมือนกัน เพราะถ้าแกไม่อยากกิน ฉันก็จะกินทีเหลือเอง มันอร่อย ฉันชอบ แต่ตอนเก็บตังค์น่ะ แกกับฉันต้องหารเท่ากันนะเฟ้ยยยย :lol:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Feb 4 2551

ธรรมชาติเรียบง่าย

ชีวิตของคนเรา  มองให้ดีแล้วมันควรจะเรียบง่าย
หากการมีชีวิตคือการมีลมหายใจ ตั้งแต่เกิดจนลาโลกนี้ไป  
ชีวิตก็คือสิ่งที่อยู่ตรงกลางนั่นเอง
ธรรมชาติมอบชีวิตให้กับเราและก็ทวงชีวิตนั้นกลับคืน

ธรรมชาติแท้จริงนั้นใสซื่อ ตรงไปตรงมา

ต้นไม่เกิดจากเมล็ด งอกเงยหยั่งรากสู่พื้น  แตกใบแผ่กระจายในอากาศ 
รากแต่ละเส้น  ใบไม้แต่ละใบ ล้วนทำหน้าที่ของมันไป  
ไม่เกี่ยงงอน  ไม่ทะเลาะ ไม่มีอิจฉา  ไม่เอาเปรียบ  ไม่แตกต่าง
เมื่อหมดหน้าที่ก็ร่วงโรยปลิดปลิว  ใบใหม่ก็งอกเงย 
เป็นอย่างนี้จวบจนตายไป

สัตว์ต่างๆ เวลาหาอาหารก็เพื่อยังชีพเลี้ยงชีวิตแต่พอดี 
มีสะสมบ้างก็เพื่อดำรงชีพของตนในยามขาดแคลน 
ไม่ใช่สะสมเพื่ออวดความมั่งมีร่ำรวย 
สิงโตล่าสัตว์อื่นมาเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิต
กินกวางแค่ตัวเดียวก็ทำให้อิ่มไปได้หลายวัน
ระหว่างที่ท้องอิ่มนั้น  สัตว์อื่นๆ ก็ปลอดภัย
สิงโตไม่ได้ล่าสัตว์เพื่อความสนุกสนานเลย

มนุษย์มักคิดว่าตัวเองดีเลิศมีสติปัญญาที่สูงกว่าสัตว์ทั้งหลาย
แน่นอนว่าสัตว์ทั้งหลายมีสัญชาตญานในการเอาชีวิตรอด
เพราะพวกมันต้องอยู่ให้รอดตามธรรมชาติ แค่นั้นก็เพียงพอ
แต่มนุษย์จะมองว่าสัตว์ที่ฉลาดคือสัตว์ที่เลียนแบบมนุษย์ได้

สัตว์ต่างๆ ที่แสดงพฤติกรรมเหมือนมนุษย์จึงน่าสนใจ น่าขบขัน น่ารัก
ทั้งๆ ที่พฤติกรรมเหล่านั้นไม่ได้จำเป็นกับมันเลยแม้แต่น้อย
เป็นพฤติกรรมผิดปกติที่แปลก แต่ดึงดูดความสนใจได้ดี
นั่นอาจเป็นที่มาภาพยนต์การ์ตูนอนิเมชันต่างๆ 
ที่ซึ่งแท้จริงแล้ว ตัวละครแต่ละตัวก็คือมนุษย์เราดีๆ นั่นเอง 

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Jan 5 2551

มนุษย์ตะกั่วจะสูญพันธุ์?

บังเอิญไปเจอข่าวนี้เข้าให้ครับ  ซึ่งมันต่อเนื่องกับเรื่องมนุษย์ตะกั่วที่ผมเคยเขียนไว้  เลยเอามาให้อ่านกัน

อ่านข่าวแล้วทีนี้คงจะกินก๋วยเตี๋ยวกันได้อย่างสบายใจ   

อ้อ  ข่าวก็คือข่าวนะครับ  จะทำได้ และ จะ(เริ่ม) ทำเมื่อไหร่นั้นอีกเรื่องนึง  555

ห้ามตะกั่วบัดกรีหม้อก๋วยเตี๋ยวหนุนเงินกู้ดอกถูกช่วยร้านค้า

นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบมาตรการและแผนการแก้ปัญหาเกี่ยวกับสินค้าภาชนะสำหรับปรุง หรือบรรจุอาหารที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวเชื่อมรอย หรือบัดกรีในหม้อต้มก๋วยเตี๋ยว และหม้อต้มกาแฟ ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) เสนอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากสารตะกั่วที่ปนในอาหาร โดยห้ามผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้สารตะกั่วบัดกรีทั่วประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนมาตรการภาษีเกี่ยวกับการนำเข้าอุปกรณ์ที่ไม่ใช้สารตะกั่วบัดกรี รวมถึงให้ธนาคารเฉพาะกิจ ของรัฐ ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่ผลิตหม้อต้มก๋วยเตี๋วยและกาแฟ
 
ขณะเดียวกันต้องเร่งจัดโครงการเปลี่ยนหม้อต้มฯ ที่บัดกรีด้วยสารตะกั่วในสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงทำโครงการประชาสัมพันธ์โดยรณรงค์ใช้อุปกรณ์ที่ไร้สารตะกั่วในการบัดกรี, จัดโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาหาภาชนะอาหารที่ปลอดภัย, โครงการร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว และบะหมี่ในลักษณะแฟรนไชส์ พร้อมทั้งรับรองร้านค้าที่ปลอดภัย
 
นอกจากนี้ให้จัดโครงการฝึกอบรมและผลิตแรงงานฝีมือด้านเทคนิคเกี่ยวกับการเชื่อม, โครงการฝึกอบรมความรู้กับอาจารย์วิทยาลัยเทค นิค วิทยาลัยสารพัดช่างทั่วประเทศ เพื่อสอนเทคนิคการเชื่อมแก่นักศึกษาช่างเชื่อมโลหะและช่างฝีมือแรงงาน เนื่องจากยังขาดแคลนบุคลากรการเชื่อมอุปกรณ์ที่ไม่ใช้สารตะกั่วในการบัดกรี
 
นายถนัด มานะพันธุ์นิยม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค ด้านฉลาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ประ สานงานกับกรมอาชีวศึกษาและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดหลักสูตรอบรมช่างเชื่อมทำหม้อต้มก๋วยเตี๋ยวและหม้อต้มน้ำกาแฟ โดยภาครัฐออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง เพราะหากคคบ.ประกาศห้ามจำ หน่ายอุปกรณ์ที่ใช้สารตะกั่วในการเชื่อมรอยหรือบัดกรี ทำให้สินค้าที่เชื่อมด้านอากอนขาดตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการของพ่อค้าและแม่ค้า และที่สำคัญอาจทำให้ผู้ประกอบการทำอุปกรณ์บางรายถือโอกาสขึ้นราคาสินค้าจนร้านขายก๋วย เตี๋ยวและกาแฟเดือดร้อนเพิ่มอีก.

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=150409&NewsType=1&Template=1

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Oct 18 2550

…ที่สุด

ดูเหมือนใครๆ จะชอบคำนี้ “ที่สุด”  แต่จะต้องเอาไปต่อท้ายคำอื่นๆ ถึงจะดี

สูงที่สุด ใหญ่ที่สุด ยาวที่สุด เล็กที่สุด แพงที่สุด สวยที่สุด …ที่สุด

และถ้าต่อคำว่า “ในโลก” ให้กลายเป็น “ที่สุดในโลก” จะทำให้อะไรๆ ดูน่าสนใจมากขึ้นถึงมากที่สุด

ธรรมชาติได้รังสรรผลงานที่เป็นที่สุดมาให้เราได้เห็นหลายอย่างที่ต้องใช้เวลานับหลายร้อยพันปี  อาจจะมีหลายอย่างที่เป็นที่สุดและเปลี่ยนแปลงหายไปตามกาลเวลา  มนุษย์ไม่เคยพบเห็น ไม่เคยตัดสินถึงความเป็นที่สุด

ผมเชื่อว่าธรรมชาติไม่เคยคิดว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้นจะเป็นสิ่งที่เป็นที่หนึ่งในโลก  และมันก็ยากที่มนุษย์จะสร้างสิ่งใหม่มาทดแทน  แต่มันง่ายที่มนุษย์จะทำลายมันให้ราบคาบในแค่ชั่วอายุคน


The longest river in the world, Amazon River.

แล้วถ้ามนุษย์แข่งกันเอง  หลายๆ ครั้งก็จะมีคำว่า ที่สุด เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งการที่จะให้มีคำว่าที่สุดเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจจะต้องอาศัยความพยายามและความอดทนอย่างมากมายกว่าจะได้เป็นที่สุด หรือบางทีอาจจะง่ายๆ แค่มีเงินเยอะๆ ก็พอ


The longest hot dog in the world, 60.3 meters long. 

แต่บางทีบางคนต้องการที่จะเป็นที่สุดให้ได้ โดยไม่สนใจว่าจะใช้วิธีการใด เช่น ใช้สารกระตุ้นในการแข่งขัน  เพราะคำว่าที่สุดทำให้ได้ผลประโยชน์อื่นๆ มากมายมหาศาล

มันทำให้ผมสงสัยว่าคำว่า พอดี และ ที่สุด นั้นสามารถดำเนินไปด้วยกันได้หรือไม่  ด้วยกระบวนการดำเนินการที่ทำอย่างพอดีๆ เพื่อให้ได้เป็นที่สุด  เรียกว่าเป็นที่สุดแบบพอดี  ที่สุดแบบสบายๆ  หรือที่สุดแบบชิวๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักก็คือ ที่สุดนั้น ไม่ได้หมายความรวมไปถึงความคงทนถาวร  เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่เป็นที่สุดนั้นอาจถูกลบเลือนไป  แต่คนเราก็สามารถเอาเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาจนได้ เช่น ตึกนี้เคยครองตำแหน่งที่สูงที่สุดเมื่อปี ค.ศ. ….     (ยังไงก็เคยเป็นที่สุดมาก่อนในตอนโน้น)

ใครหลายคนซึ่งอาจจะรวมถึงตัวผมเองด้วย ได้ถูกปลูกฝังเรื่องการแข่งขันเพื่อให้ได้เป็นที่สุดโดยไม่รู้ตัว  เช่น เรียนแข่งกันเพื่อให้ได้คะแนนสูงที่สุดในห้องเรียน หากสอบได้ที่หนึ่งแล้วจะได้รางวัล  ซึ่งมันไม่จำเป็นเลย  หากเข้าใจความหมายของการเป็นที่สุดอย่างแท้จริง

source: 1, 2

Related เรื่องที่คล้ายกัน