Nov 26 2550

กล้องงานแต่ง

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปช่วยงานแต่งของเพื่อน  พอเพื่อนโทรมาบอกให้ช่วยเป็นตากล้องให้หน่อย  ผมรับปากเขาพร้อมกับจะช่วยจัดหาตากล้องอีกคนไปช่วยด้วย  เพื่อนผมบอกว่าอยากให้ถ่ายเก็บบรรยากาศไปเรื่อยๆ  ซึ่งก็ตรงกับคอนเซ็บที่ผมกับเพื่อนต้องการพอดี

pool.jpg

ผมไปงานแต่งมาหลายงาน แต่เพิ่งเคยเจองานนี้ที่เพื่อนผมจ้างทีมออร์การไนเซอร์มาช่วยจัดการสิ่งต่างๆ  ซึ่งผมก็รู้ก่อนคืนวันงานทำให้งงว่าทำไมเพื่อนไม่ให้ทีมออร์กาไนเซอร์จัดการเรื่องการถ่ายภาพไปด้วย  ผมสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามเขา

เมื่อถึงวันแต่งผมและรุ่นน้องตื่นตั้งแต่ตีห้ากว่าๆ เราออกเดินทางประมาณหกโมงเช้า เพราะไม่แน่ใจว่าบริเวณที่เขาพักนั้นรถจะติดขนาดไหน  เมื่อเราไปถึงบ้านเขาก็พบว่ามีญาติได้มารออยู่แล้ว พร้อมกับออร์การไนเซอร์กำลังจัดสถานที่ให้เรียบร้อย

บ้านของเขาใหญ่โต ราคาหลายล้าน มีสระน้ำอยู่ภายในบ้าน ซึ่งเป็นปัญหากับผมและเพื่อนมาก  เพราะต้องคอยระวังไม่ให้พลัดตกลงไปในสระ  ในบ้านยังไม่ได้ตกแต่งอะไร  เพราะเขายังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่

ผมและรุ่นน้องเริ่มงานตั้งแต่ประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เพราะเขาต้องมีฤกษ์นำพระพุทธรูปเข้าบ้าน  เราถ่ายเก็บบรรยากาศไปเรื่อยๆ  ซึ่งก็ดูเหมือนบางคนจะยังไม่คุ้นเคยกับการถูกช่างภาพถ่ายรูปในลักษณะแคนดิตเท่าไหร่นัก  แต่นั่นก็เป็นหน้าที่เราและเป็นสิ่งที่เจ้าภาพงานแต่งต้องการด้วย

เมื่อถึงงานที่เป็นพิธีการจริงๆ ผมพบว่ามีปัญหาเรื่องสถานที่  เพราะติดเรื่องสระน้ำที่ทำให้เราไม่สามารถถอยหลังออกไปเก็บภาพในมุมกว้างได้  จึงต้องเปลี่ยนไปใช้เลนส์ไวด์เพื่อให้เก็บภาพได้ทั้งหมด

แต่ปัญหาจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ที่สถานที่  กลับเป็นปัญหาเรื่องของช่างภาพที่เป็นเพื่อนๆ ของเจ้าภาพมากกว่าที่เข้ามากีดขวางเกะกะทำให้การถ่ายภาพเป็นไปด้วยความยากลำบากพอสมควร

อย่างไรก็ตามช่างภาพที่รบการทำงานของเราในงานแต่ง  ยังไม่เท่ากับช่างภาพในงานเลี้ยงในอีก 2 วันถัดมา  เพราะแขกที่มาร่วมงานมีกล้องของตัวเอง  ซึ่งรวมไปถึงกล้องมือถือด้วย    เมื่อถึงต้อนที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวป้อนเค้กกัน  ผู้คนทั้งหลายก็มารุมกันถ่ายรูป  กีดขวางเราถึงที่สุด  มีบางคนถึงกับสะกิดขอให้ผมหลีกทางไป

handinhand.jpg

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ผมกับรุ่นน้องก็ได้แต่มองหน้าและส่ายหัว  แล้วเราก็ถอยทัพเดินออกไปห่างๆ  เราถือว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว  แต่ดูเหมือนผู้คนที่มีกล้องส่วนใหญ่ต้องการภาพไว้เป็นที่ระลึกส่วนตัว

กล้องดิจิตอลปัจจุบันราคาค่อนข้างถูก  กล้องในโทรศัพท์เองก็คุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ  ทุกคนจึงเหมือนมีกล้องติดตัว  อยากได้ภาพถ่ายอะไรก็สามารถทำได้ตามที่ต้องการ  แต่สิ่งสำคัญที่คู่มือการใช้กล้องไม่มีดูเหมือนจะเป็นเรื่องของมารยาทในการใช้กล้อง

ลูกสาวเพื่อนผมมีกล้องเป็นของตัวเอง  และในจังหวะที่ผมกำลังรอถ่ายรูปเจ้าบ่าวและเจ้าสาวรินไวน์  เจ้าหนูน้อยก็ถือกล้องเดินมาขวางผมข้างหน้าหน้าตาเฉย  ผมเองต้องเรียกเพื่อนให้เขาเรียกลูกสาวตัวเองให้ออกจากมุมกล้องของผม

ผมคิดว่ามีกล้องต้องมีมารยาทในการใช้  ดูตาม้าตาเรือสักนิด ถ้าอยากจะถ่ายรูปก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก  แต่ให้สังเกตสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะในงานพิธีการ  มองดูให้รู้ว่าใครเป็นตากล้องหลักของงาน  หลีกทางให้เขาทำงานให้เรียบร้อย  หรือไม่ก็อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไปขวางทางเขา   ผมเชื่อว่าหลายๆ คนถ่ายรูป ก็คงเก็บเอาไว้ดูเป็นที่ระลึกเท่านั้น  คงมีน้อยคนที่ส่งรูปให้กับเจ้าภาพของงาน

ตากล้องหลักเขาจำเป็นจะต้องทำงาน  เพราะเขาอาจถูกว่าจ้างมาให้เก็บภาพในวาระที่สำคัญของงาน  ซึ่งเป็นภาพที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องการและสำคัญกับพวกเขามากที่สุด

มีกล้องก็ต้องมีมารยาท ใช่มั๊ยครับ?

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Jun 18 2550

Tea For Three

ข่าวในเว็บแห่งหนึ่งบอกว่าคุณศุภวัฒน์ รัตนโกเมน หนึ่งในสมาชิกวง “ที ฟอร์ ทรี” ได้เสียชีวิตในห้องพักด้วยโรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)  ซึ่งเป็นโรคเลือดออกง่ายทางพันธุ์กรรมชนิดหนึ่งที่เกิดจากยีนส์ในร่างกายที่สร้างปัจจัยการแข็งตัวทำงานบกพร่องเนื่องจากมีการกลายพันธุ์  ทำให้เวลามีบาดแผล แม้มีอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยก็จะมีเลือดออกมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป ผู้ป่วยทางโรคนี้จะเป็นในผู้ชาย ส่วนผู้หญิงจะเป็นพาหะ

ผมขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณศุภวัฒน์ด้วยครับ  :sad: ซึ่งหากนึกถึงเพลงของวงนี้ ผมก็คงจะนึกถึงเพลง”ลมหนาว”  ที่เป็นฝีมือการประพันธ์เพลงของคุณศุภวัฒน์นั่นเอง

ผ่านลมหนาว จะกี่คราวก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีใครให้ใจอุ่น
อยากจะหา คนที่ทำให้ใจสมดุลย์ แต่ไม่เคยสมหวังสักที

ใกล้หน้าหนาวทุกครั้ง ไม่มีคนคอยคิดถึง
อยากมีใครให้รักให้ซึ้ง เหมือนคนอื่นเขา
ใกล้หน้าหนาวทุกครั้ง คล้ายฤดูกาลยิ่งเหงา
ต้องทนหนาวกับใจที่เหงา คนเดียวอย่างเดิม

ลมหนาวมาเมื่อใด ใจฉันคงยิ่งเหงา
คืนวันที่มันเหน็บหนาว ไม่รู้จะทนได้นานเท่าไร
ลมหนาวมาเมื่อใด กลัวฉันกลัวขาดใจ เพราะหัวใจ
ที่มันอ่อนไหว ไม่เคยได้รักจากใคร เสียที

เพลงนี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับผมในช่วงหนึ่งของชีวิต  เพราะเพลงนี้เคยถูกตั้งเป็นเสียงเรียกเข้ามือถือของใครบางคน  ที่เมื่อทุกครั้งเมื่อเวลามีสายเข้าจะทำให้หัวใจของผมเต้นรัวระส่ำ จิตใจฟุ้งซ่านแตกกระจาย  ด้วยพะวงว่าใครกันนะที่โทรเข้ามาหาเธอ ใช่เขาคนนั้นหรือเปล่า?  หลายทีที่ก็รู้  และทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ทำเฉยๆ แล้วปล่อยให้ข้างในเจ็บปวด 

เรื่องมันผ่านไปแล้วละครับ  ผมแค่ระลึกถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเท่านั้น  ซึ่งผมจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแน่นอน   :smile:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


May 11 2550

คิดถึงใครก่อน?

ผมจำไม่ได้แล้วว่า ตัวเองเลือกเพลงรอสายชื่ออะไรมาให้คนที่โทรมาหาผมได้ฟัง เพราะเลือกไว้นานมากๆ แล้ว และไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนอีกเลย  จำได้แต่ว่าเป็นเพลงของ เบน ชลาธิศ  จะว่าไปก็เหมือนเป็นการยัดเยียดให้ฟังที่ผมชอบเหมือนกัน

แต่หลายคนก็บอกว่าชอบ และผมก็ยังเคยโดนต่อว่า ว่าทำไมรีบรับโทรศัพท์จัง กำลังฟังเพลงเพลินๆ อยู่เลยเนี่ย :wink:

เมื่อวันก่อนน้องคนนึงถามว่า พี่ใช้เพลงอะไรเป็นเพลงรอสายเหรอ เห็นเพื่อนบอกว่ามีความหมายดี  (น้องเขาไม่มีเบอร์โทรของผม) คำถามนี้ทำให้ผมต้องรีบไปหาโทรศัพท์มาโทรเข้ามือถือตัวเอง  เพื่อฟังว่าตัวเองเลือกเพลงอะไรไว้นะ 

ในที่สุดก็รู้ว่าเลือกเพลง คนที่คิดถึง ให้คนที่โทรมาหาผมได้ฟัง  (ฟังได้ที่นี่ครับ)

Artist : เบน ชลาทิศ
Title : คนที่คิดถึง
Album : เบน ชลาทิศ

รู้ไหม ทุกครั้งที่ฉันนั้นมีเรื่องหนักหัวใจ
เรื่องที่ไม่สามารถจะไปปรึกษาใคร
ฉันจะคิดถึงใครก่อน

และรู้ไหม ไม่ว่าฉันนั้นจะมีความสุขเท่าไร
ไม่ว่าชีวิตฉันจะไปอยู่จุดไหน
ฉันจะคิดถึงใครก่อน

คนๆ เดียวที่ฉันจะรออยู่
เฝ้ารอด้วยใจเว้าวอน
ก็คือเธอคนดี
และจะมีเพียงคนเดียว แน่นอน

คนที่ฉันจะรัก ที่จะคิดถึง
ที่จะยังคงซึ่งความเข้าใจ
และยกให้เธอได้เป็นที่หนึ่ง ทุกๆอย่าง
อยากให้เธอรู้ ไม่ว่าเมื่อไร

ไม่ว่าเรานั้น ต้องไกลแสนไกล
แต่ว่าในหัวใจใกล้ กันอยู่
จึงขอมอบเพลง นี้เพื่อให้เธอรับรู้
ฉันจะรอเธอเป็นคู่
และฉันเฝ้ารออยู่ ชั่วชีวิต

ถึงแม้ จากนี้เรานั้นจะต้องอยู่ห่างแสนไกล
แหละยังไม่รู้จะเจอกันอีกเมื่อไร
แต่ฉันจะคิด ถึงเธอก่อน

เธอคนเดียวที่ฉันจะรออยู่
เฝ้ารอด้วยใจเว้าวอน
ก็คือเธอคนดี
ที่จะมีเพียงคนเดียว แน่นอน

คนที่จะรัก ที่จะคิดถึง
ที่จะยังคง ซึ่งความเข้าใจ
และยกให้เธอได้เป็นที่หนึ่ง ทุกๆอย่าง
อยากให้เธอรู้ ไม่ว่าเมื่อไร

ไม่ว่าเรานั้น ต้องไกลแสนไกล
แต่ว่าในหัวใจใกล้ กันอยู่
จึงขอมอบเพลง นี้เพื่อให้เธอรับรู้
ฉันจะรอเธอเป็นคู่
และฉันเฝ้ารออยู่ ชั่วชีวิต

โอ้.เธอที่ฉันรัก ที่จะคิดถึง
ที่จะยังคงซึ่งความเข้าใจ
และยกให้เธอได้เป็นที่หนึ่ง ทุกๆอย่าง
อยากให้เธอรู้ ไม่ว่าเมื่อไร

ไม่ว่าเรานั้น ต้องไกลแสนไกล
แต่ว่าในหัวใจใกล้ กันอยู่
จึงขอมอบเพลง นี้เพื่อให้เธอรับรู้
ฉันจะรอเธอเป็นคู่
และฉันเฝ้ารออยู่ ตลอดชีวิต
ตลอดชีวิต

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Apr 19 2550

งานศพคุณหมอ

เวลา 15.30 น. อากาศกำลังร้อนอบอ้าว  ผมกำลังนั่งอยู่ในศาลาวัด ในมือถือดอกไม้จันทน์ช่อเล็กๆ  ผมนั่งอยู่ริมขวาสุด คนที่นั่งด้านซ้ายมือของผมก็คือคุณพ่อ  เมื่อมองไปรอบๆ ผมพบว่าคนที่นั่งในศาลาส่วนใหญ่ล้วนมีอายุมากกว่าผมกันทั้งนั้น

ผมมองตรงไปข้างหน้า ตัวแทนของญาติกำลังเล่าประวัติและคุณงามความดีของคุณหมอให้ผู้ไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพได้ทราบ  ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีนั้นคงไม่สามารถเล่าถึงสิ่งต่างๆ ที่คุณหมอได้ทำเมื่อครั้งยังมีชีวิต แต่ผมเชื่อว่าผู้คนทั้งหลายที่เดินทางมาร่วมงานย่อมทราบดีอยู่แล้ว

ตัวแทนของญาติกล่าวเชิญชวนให้ยืนไว้อาลัยแก่คุณหมอเป็นครั้งสุดท้าย  ทุกคนลุกขึ้นและยืนสงบนิ่ง ความเงียบสงบคืบคลานเข้ามาชั่วขณะ   ภาพในขณะที่ผมไปเยี่ยมคุณหมอที่โรงพยาบาลปรากฎขึ้นในหัวอีกครั้ง

ตัวแทนญาติกล่าวขอบคุณ และเชิญทุกคนนั่งลง หลังจากนั้นก็เป็นการถวายผ้าบังสุกุล  เมื่อถึงเวลาประมาณ 16.00 ประธานในพิธีก็เป็นผู้ถวายผ้าบังสุกุลเป็นท่านสุดท้าย และเป็นผู้เริ่มพิธีประชุมเพลิงเป็นคนแรก

เมื่อถึงเวลานั้นตัวแทนญาติก็เชิญผู้มาร่วมพิธีฯ ร่วมวางดอกไม้จันทน์  ผมลุกเดินออกไปจากศาลาเดินตรงไปที่เมรุพร้อมๆ กับแขกผู้มาร่วมพิธีฯ

ในช่วงเวลานั้นเอง ผมเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นกลุ่มเมฆสีเทาลอยอยู่ข้างบน แล้วสายฝนบางเบาก็เริ่มโปรยปรายลงมาปะทะกับใบหน้าผม 

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยบอกผมว่า ฝนที่ตกลงมาในช่วงเวลาแบบนี้  ถือเป็นสิ่งที่ดี เสมือนเป็นการอวยพรให้ลูกหลานทั้งหลายอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เป็นคำอวยพรที่มาจากบนฟ้า

ขอให้คุณหมอไปสู่สุขคตินะครับ

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Apr 18 2549

Sony SoSuck

ผมตั้งหัวข้อได้น่าสนใจมั๊ยครับ Sony SoSuck – โซนี่ห่วยแตกเหลือเกิน (ทำไมถึงห่วยแตก ต้องอ่านต่อไป)

ความเซ็ง Sony ของผมถึงที่สุดเมื่อมือถือ Sony Ericsson ที่ผมซื้อมาเกิดอาการเสีย โดยที่ผมไม่เคยทำตกน้ำ ไม่เคยทำหล่นเลยสักครั้ง   อาการเสียที่ว่าคือ มันจะปิดตัวเองและเปิดขึ้นมาใหม่ และจะมีอาการแบบนี้ไปเรื่อยๆ แบบสุ่ม ชนิดที่ว่าจะคุยกับใครก็ต้องลุ้นว่าเครื่องจะปิดตัวเองลงตอนไหน

อาการนี้เกิดขึ้นก่อนช่วงสงกรานต์  แต่เนื่องจากผมกลัวว่าจะไม่มีโทรศัพท์ใช้ จึงยังไม่ได้เอาไปซ่อม  ผมคิดว่าจะทนใจมือถือในสภาพนี้ได้  เพราะช่วงสงกรานต์คงไม่ได้ติดต่อกับใครมากนัก  ผมสังเกตเห็นว่าอาการที่ว่านี้เกิดบ่อยขึ้นๆ จนในที่สุดเครื่องมันดับไปเลย  แถมบางครั้งยังขึ้นข้อความ Inactive Sim ด้วย  จนผมต้องปิดเครื่องทิ้งไว้

ผมซื้อเครื่องนี้มาจากร้าน Sony Ericsson เลย ตัวแทนจำหน่ายก็คือ Loxey  ผมคิดผิดที่เข้าใจว่าซื้อที่บริษัทใหญ่ขนาดนี้แล้วจะมีบริการหลังการขายที่ดี  แต่สิ่งที่ผมพบไม่ใช่แบบนั้นเลย

พนักงานชุดนี้ของ Loxey ทำหน้าตาเหมือนไม่อยากบริการตั้งแต่ผมเห็น  (คนละชุดกับที่ผมซื้อ) ผมอธิบายอาการชำรุดของมือถือให้พนักงานหญิงหน้าตาเฉยเมย ซึ่งกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งหยับๆๆ อยู่ในปาก  หลังจากผมอธิบายอาการเสร็จ เธอรับมือถือไปจากมือผม แล้วเดินเข้าไปที่ห้องเล็กๆ หลังร้าน โดยไม่พยักหน้าหรือพูดอะไรกับเลยผมสักคำ

โอเค… ผมเดาเอาว่าเธอคงเอาไปให้ช่างซ่อมที่หลังร้าน แต่เธอควรจะบอกกล่าวอะไรผมสักคำ ส่วนพนักงานคนอื่นก็หันไปทำอย่างอื่น เพราะช่วงเวลานั้นไม่มีลูกค้า

ผมรออยู่ 5 นาที  ก่อนที่จะตัดสินใจถามด้วยเสียงดังกว่าปกติว่า ขอโทษนะครับ ตอนนี้จะให้ผมทำอะไรหรือ จะให้ผมทำอะไรต่อไป 

พนักงานชายคนหนึ่งตอบผมมาว่า กำลังให้ช่างตรวจสอบอยู่หลังร้าน  ผมก็เลยตอบไปว่า  ครับแต่น่าจะให้ข้อมูลผมบ้างว่ากำลังทำอะไร จะให้ผมรอนานแค่ไหน

แล้วทุกคนก็เงียบ  ไม่มีใครตอบอะไรผมอีก …

สักพักพนักงานหญิงกลับมา ด้วยหน้าตาเฉยเมย พร้อมกับแจ้งให้ผมทิ้งเครื่องไว้ให้ช่างตรวจสอบ (เธอยังคงเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่) เธอเขียนใบรับซ่อมให้ผม และแจ้งให้ผมโทรมาสอบถามภายหลัง

วันนี้ผมจึงโทรไปถาม ได้รับคำตอบมาว่าซ่อมเรียบร้อยแล้ว  ผมจึงชวนรุ่นน้องอีกคนให้พาไปรับมือถือ จะได้ดูรถคันใหม่ป้ายแดงสุดหรูของเขาด้วย

หลังทานข้าวเสร็จผมก็ไปรับมือถือ ตอนรับมายังไม่ได้ทดลองทันที แต่ผมถามพนักงานชายว่าปัญหาคืออะไร เขาตอบแต่เพียงว่า ได้ upgrade firmware ของมือถือให้ใหม่  ผมรับมือถือจากเขามาด้วยอาการลิงโลด เพราะไม่ต้องรอนานอย่างที่คิด

หลังจากทานข้าวเสร็จและกลับมาที่พัก ผมก็โทรไปอวดเพื่อนอีกคนว่ามือถือของผมซ่อมเสร็จแล้วนะ  ในขณะกำลังเม้าท์เพลินๆ เพื่อนผมก็เงียบไป ผมนึกว่าสายหลุดก็เลยเอาโทรศัพท์ออกจากหู มาดูว่าสายหลุดไปหรือไง

พระเจ้า…สิ่งที่ผมเห็นคือ มือถือผมมันกำลังปิดและเปิดตัวเองขึ้นมาอีกครั้งครับ

นี่แหละทำไม Sony is so suck. อ้อ… พนักงานของ Loxey ที่ขาย Sony Ericsson สาขานี้ก็เช่นกัน They’re so suck! และพอกันที่กับสินค้าที่มีตัว S o n และ y  :-(

ปล. เรื่องราวที่ผ่านไป เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวผม  แต่ละท่านย่อมมีโชคและประสบเหตุที่แตกต่างกันไป  อาจจะบังเอิญที่ผมได้มือถือเครื่องที่เป็น defect และบังเอิญที่พนักงานที่ผมเจออาจจะล้อมวงกินส้มตำปูปล้าร้าตอนเที่ยงจนพากันท้องเสีย ทำให้หน้าตาไม่อยากรับแขกในตอนเย็นครับ

Related เรื่องที่คล้ายกัน