Nov 23 2551

4 รอบสนาม

เมื่อวานซืนและวันนี้ ผมไปวิ่งออกกำลังกายหลังจากที่ไม่ได้วิ่งมาเสียนาน

ผมวิ่งไป 4 รอบสนาม  ลมแทบจับ และต้องใช้ความตั้งใจกัดฟันวิ่งให้ครบรอบ
แต่วิ่งเสร็จแล้ว หลังจากที่หายเหนี่อย ก็รู้สึกตัวเบา โปร่ง โล่ง สดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

ตอนนี้รู้สึกปวดแข้งปวดขา  เดินไปไหนมาไหนก็ต้องค่อยๆ เดิน เพราะมันปวด
คงต้องวิ่งต่ออีกระยะ เพื่อให้ร่างกายกลับมาอยู่ตัวอีกครั้ง

ในขณะที่วิ่งผมจะถอดแว่น มองเห็นสิ่งรอบตัวเลือนลาง เวลาวิ่งจะได้ไม่ต้องสนใจอะไร
โชคดีที่ไม่มีคนรู้จักอยู่แถวนั้น เลยไม่จำเป็นต้องทักทายใคร วิ่งของเราไปเรื่อยๆ

ผมพยายามรวบรวมความคิด ไม่ให้คิดไปไกลเกินกว่าฝ่าเท้าที่กระทบกับพื้น
แต่ทำได้สักระยะ ความคิดเรื่องอื่นๆ ก็แทรกเข้ามา และเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยๆ

เมื่อความเหนื่อยมีมากขึ้น สิ่งที่เหลือในใจคือ ความคิดที่จะต้องวิ่งให้ครบ 4 รอบให้ได้
ผมรู้สึกถึงร่างกายที่เหนื่อยหอบ หัวใจเต้นถี่ หายใจหอบแรง แข้งขาปวดและเมื่อยล้า

ร่างกายผมเริ่มหมดแรง แต่ใจผมยังสู้และอยากวิ่งต่อให้ครบรอบตามที่ได้ตั้งใจไว้
ในที่สุดผมก็วิ่งครบ 4 รอบ ใช้เวลาวิ่งประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง 

แล้วใจก็พากายวิ่งไปสู่เป้าหมาย! :mrgreen:

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Mar 6 2551

3 วินาทีของชีวิต

ในขณะที่วิ่งออกกำลังกาย ผมเหลือบมองไปข้างทาง ก็เห็นต้นไม้เรียงรายกันอยู่สองข้างทาง ต้นไม้ทั้งหลายดูเหมือนเคลื่อนที่สวนทางกับผม

แล้วไม่รู้ว่าเป็นมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร อยู่ๆ ผมก็สงสัยขึ้นมาว่า ในช่วงของชีวิตคนเรานั้นจะมีโอกาสที่ จะได้เห็นการพัฒนาหรือเรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ ที่เรามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ และได้ย้อนระลึกถึงมากน้อยแค่ไหน

เมื่อลองคิดดูดีๆ แล้วจะพบว่า เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะเกิดขึ้นจากความต้องการอันไม่สิ้นสุดของคน คนที่ไม่รู้จักพอ

โลกเป็นดาวดวงเล็กๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล เมื่อเทียบตัวเรากับโลกแล้ว เราเป็นมนุษย์ตัวเล็กนิดเดียว แต่ความต้องการของเราดูจะยิ่งใหญ่กว่าโลกทั้งใบ และแม้แต่ทั้งจักรวาลก็ไม่อาจตอบสนองความต้องการของคนได้ เพราะเพียงคนๆ เดียวก็สามารถมีความต้องการที่จะครองโลกทั้งใบ และจักรวาลทั้งหมดได้

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ความบังเอิญของปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้โลกใบนี้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่สิ่งมีชีวิต ถ้าโลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่านี้ก็จะร้อนเกินไป ถ้าถอยห่างดวงอาทิตย์ออกไปมากกว่านี้ ก็จะหนาวเย็นเกินไป  จนทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเกิดขึ้นได้

โลกไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่โลกได้ความช่วยเหลือจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ดวงอาทิตย์ให้พลังงาน ให้แสงสว่าง ดาวพฤหัสที่ใหญ่กว่าโลกหลายร้อยเท่าช่วยปกป้องโลกจากวัตถุต่างๆ ไม่ให้พุ่งเข้าชนโลก  ดวงจันทร์ทำให้โลกเกิดฤดูกาล

ฤดูกาลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการวิวัฒนาการของชีวิต  ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็หยุดนิ่ง ดังนั้นชีวิตก็คือการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรสามารถคงอยู่ได้อย่างถาวร

โลกคอยตอบสนองความต้องการไม่รู้จบของผู้อยู่อาศัย และต้องเยียวยารักษาตัวเอง โดยได้ความร่วมมือที่น้อยนิดจากผู้อยู่อาศัย

มุนษย์แทบไม่รู้หรอกว่าโลกใบนี้มหัศจรรย์เพียงไหน เพราะเราคิดว่าเราสามารถครองโลกได้ เราคือโลก โลกนี้เป็นของเรา เรามองแต่ตัวเอง เห็นแต่ตัวเอง เราจับโลกทั้งใบมาอยู่ในตัวเอง

ช่างน่าเศร้ากับความไม่รู้จักพอของมนุษย์ ที่หารู้ไม่ว่าชีวิตเรามีเวลาแค่เพียง 3 วินาทีเมื่อเทียบกับชีวิตของโลกใบนี้

อย่าให้สิ่งอื่นๆ มาบดบังความสวยงามของโลกใบนี้เลย ใช้ชีวิต 3 วินาทีให้คุ้มค่าเถอะครับ

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Feb 25 2551

ทุกข์สุข สุขทุกข์

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเราจะไขว่คว้าหาความสุข เราต้องการความสุข แต่ความสุขคืออะไรและจะได้ความสุขมาอย่างไร ก็แล้วแต่นิยามและวิธีการของแต่ละคน

บางคนไม่ต้องทำอะไรมากมาย ก็เหมือนกับมีความสุขเปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจ ในขณะที่ใครบางคนดิ้นรนแสวงหาเพื่อให้ได้มาเพื่อความสุขนั้น ระหว่างทางที่ไปถึงความสุขนั้นดูทุกข์ยากเหลือเกิน แต่เมื่อได้มาซึ่งความสุขนั้นก็ปลาบปลื้มใจเกินที่จะบรรยาย

ผมเองก็ชอบที่จะมีความสุข ผมมีความสุขได้จากการดูหนัง ฟังเพลง ทานอาหาร ขับรถเล่น ถ่ายรูป อ่านหนังสือ ขีดเขียนเรื่องราวต่างๆ และอ่านคอมเม้นต์ของผู้อ่าน อาจจะมีอย่างอื่นอีกแต่นี่คือสิ่งที่ผมทำเป็นประจำ

แต่หลายครั้งที่ผมซื้อหนังมาแล้วก็ไม่กล้าดู ปล่อยให้มันกองไว้อยู่อย่างนั้น ผมรู้ว่าถ้าผมดูหนังแล้วคงมีความสุข แต่ที่ไม่กล้าก็เพราะผมกลัวว่าความสุขที่ได้จากการดูหนังนั้นจะหมดรวดเร็วเกินไป เลยขอเก็บช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ก่อน ให้ถึงโอกาสเหมาะๆ แล้วจึงค่อยหยิบมาใช้

หลายครั้งเหมือนกันที่มีหนังถูกใจที่อยากจะดูในโรง พอได้ดูหนังตัวอย่างแล้วก็อยากให้หนังเรื่องนั้นเข้าฉายเร็วๆ พอหนังเข้าฉายก็ตื่นเต้น รีบหาโอกาสไปดูในวันแรกๆ ถ้าเป็นรอบดึกพอดูจบก็ตื่นเต้นอยู่จนถึงเวลาเข้านอน เช้าขึ้นมาก็ลืมอารมณ์ตื่นเต้นนั้นไปแล้ว

แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนภาพซ้ำอีกครั้งก็คือ การเฝ้ารอหนังเรื่องใหม่ให้เข้าฉาย จากนั้นก็รีบไปดูด้วยความตื่นเต้น และความสุขนั้นก็จบลงแค่ระยะเวลาก่อนเข้านอนเหมือนเดิม

ผมเข้าใจได้ทันทีว่า ความสุขนั้นไม่ถาวร ผมไม่สามารถดูหนังเพียงเรื่องเดียวแล้วมีความสุขอยู่ได้ทั้งสัปดาห์ เพลงที่ฟัง หนังสือที่อ่าน วิวทิวทัศน์ข้างทาง สิ่งเหล่านี้ผ่านตา ผ่านหู แล้วก็ผ่านไปพร้อมๆ กับความสุข

ในขณะเดียวกันความทุกข์ในเรื่องความรัก ที่รู้สึกว่าทุกข์ใจมากมายก็ผ่านเลยไปเช่นกัน ความทุกข์ที่ผมนึกไม่ออกว่าจะกำจัดมันได้อย่างไร ในตอนนี้มันค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับสายธารของการเวลา ดังนั้นเช่นเดียวกับความสุข ความทุกข์เองก็ไม่ถาวรเช่นกัน

สุขและทุกข์เกิดขึ้นสลับกันไปมาในชีวิต เราไม่สามารถยื้อยุดฉุดรั้งความสุขไว้กับตัว ขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถหลีกเร้นหนีหายจากความทุกข์ไปได้ เหมือนกับเราวิ่งไล่ตามความสุขและวิ่งแจ้นหนีความทุกข์ วิ่งหนีและวิ่งไล่กันอยู่แบบนี้เรื่อยไป

บางทีก็เหมือนสุขและทุกข์ยืนอยู่ข้างๆ เรา ผลัดกันโอบกอดสลับไปมาเหมือนเพื่อนสนิท อย่างล่าสุดที่ผมไปดูหนังตั้งใจว่าจะไปดูอย่างมีความสุข แต่กลับต้องหงุดหงิดรำคาญใจเพราะคนไร้มารยาทคุยกันในโรงหนัง แต่สักพักก็สามารถเพลิดเพลินมีความสุขกับหนังที่ฉายอยู่ได้จนจบเรื่อง

สุขและทุกข์ในชีวิตคงเป็นเช่นนี้เรื่อยไป …

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Jan 25 2551

เธอกับเขา และฝนดาวตกของผม

ถึงวันนี้จะท้องเสียแล้วก็นอนซมอยู่ที่ห้อง  ผมก็ตัดสินใจไปวิ่งออกกำลังกาย  ตั้งใจว่าคงจะวิ่งไม่กี่รอบเท่านั้น

เมื่อผมขับรถใกล้จะถึงที่หมาย  ก็พบว่าที่ฝั่งซ้ายของถนน มีกลุ่มคนเดินออกกำลังกายอยู่บริเวณนั้นแล้ว   ในบรรดากลุ่มคนเหล่านั้นมีหญิงชายคู่หนึ่งที่ดูคุ้นตามากเป็นพิเศษ  คำตอบเลือนลางผุดขึ้นมาในใจ  เพราะผมเห็นแต่เพียงด้านหลังของทั้งสองคน  แต่แล้วในที่สุดเมื่อขับรถเข้าไปใกล้คำตอบนั้นก็กระจ่างชัด

แม้ผมไม่เห็นหน้าเธอ  ได้เห็นเพียงด้านข้าง  ผมก็จำได้ทันทีว่าคือเธอคนที่ผมเคยหลงรัก  ผมยังจำแก้มนุ่มๆ ของเธอได้    เธอกับเขาจับมือ  พูดคุย และเดินช้าๆ ไปด้วยกัน

ผมขับรถผ่านพวกเขาไป  แต่ก็ยังมองคนทั้งสองผ่านกระจกหลัง   พร้อมๆ กับความรู้สึกงงงวยว่าทำไมจึงเจอทั้งสองคนที่นี่ได้  ผมมาวิ่งที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่นี่เป็นหนแรกที่ผมเจอพวกเขา

ผมจอดรถแล้วแต่ยังคงนั่งแช่อยู่ข้างใน  เห็นทั้งสองคนเดินเลี้ยวไปที่ถนนอีกฟาก   แล้วก็เห็นฝ่ายชายเอามือโอบกอดผู้หญิงไว้  จากท่าทีที่โอนโยนของเขาทำให้ผมรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ  บอกตรงๆ ว่าหากผมเห็นสิ่งที่เขาทำเมื่อสัก 3-4 ปีก่อนหน้านี้  ตอนนี้อาจจะกำลังทุรนทุรายจะเป็นจะตายอยู่แล้วแน่

แต่ผมกลับคิดว่า เธออาจมีเรื่องไม่สบายใจหรือกังวลใจอะไรบางอย่าง  จนทำให้เขาต้องโอบกอดเธอเพื่อปลอบใจ   ผู้ชายคนนี้ที่เธอเลือกคงจะช่วยปลอบใจ และให้กำลังใจเธอได้ดีกว่าใครคนไหน 

พวกเขาทั้งสองเดินลับตาไปแล้ว  แต่ผมยังคงครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ  …

ความจริงแล้วสถานที่แห่งนี้มีความทรงจำระหว่างผมกับเธอมากมาย   ตั้งแต่ผมเป็นเพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน  จนใครๆ ก็จะถามหาเธอเมื่อผมอยู่คนเดียว  และใครๆ ก็จะถามหาผมเมื่อเธออยู่คนเดียว

บริเวณสนามหญ้าที่อยู่ข้างหน้าผมนี้  เคยเป็นที่เรามองดูฝนดาวตกด้วยกัน   ผมและเธอนั่งอยู่บนจักรยานคันเดียวกัน  เราทั้งคู่แหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้า   มองดูฝนดาวตกที่วิ่งผ่านท้องฟ้าไปดวงแล้วดวงเล่า

ผมยังจำช่วงเวลานั้นได้ดี  แล้วเธอจะยังคงจำมันได้ไหมนะ?

ตอนนั้นผมไม่มีทางรู้ได้เลยว่าช่วงเวลานั้น  จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ผมจะต้องมานั่งนึกถึงอยู่ในวันนี้  มันเป็นช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่มีความสุข  ปราศจากความรู้สึกทุกข์ร้อน  ปราศจากแม้กระทั่งความรัก  มีแต่มิตรภาพที่เราหยิบยื่นให้แก่กันและกัน 

สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเธอก็ได้เริ่มเลอะเลือนไปตามกาลเวลาบ้างแล้วละครับ   ทั้งความสุขและความทุกข์ใจ  จะมีอะไรเหลือบางสิ่งให้จำได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ   อาจเป็นเพราะผมพยายามไม่ใส่ใจ  ไม่อยากจะนึกคิด  

แต่บางครั้งลิ้นชักความทรงจำก็เปิดออก  สิ่งที่อยู่ข้างในก็ปลิวกันให้ว่อน  เหมือนฝนดาวตกที่กำลังตกอยู่ในใจผมในตอนนี้

Related เรื่องที่คล้ายกัน


Jan 22 2551

6 ชั่วโมงในห้องสมุด

หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ  ผมก็ไปคลุกอยู่ที่ห้องสมุดตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงนิดๆ  แล้วก็อยู่ในห้องสมุดจนถึงหกโมงเย็น   เป็นการใช้ชีวิตอยู่ในห้องสมุดประมาณ 6 ชั่วโมง

6 ชั่วโมงแหนะ!  ทำไปได้ไงเนี่ย  นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่อยู่ในห้องสมุดนานขนาดนี้  เพราะปกติผมชอบอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องมากกว่า  จริงๆ แล้ววันนี้ห้องสมุดเปิดถึงสามทุ่มด้วย  ถ้าไม่ต้องกลับมาวิ่งลดพุง  ก็อาจจะทานข้าวแล้วกลับเข้าที่ห้องสมุดอีก

ตอนอยู่ในห้องสมุดผมก็ไม่ค่อยได้ลุกเดินไปไหน  เลือกที่นั่งได้ก็นั่งแปะติดหนึบ   แต่นั่งไปสักพักก็เป็นอันต้องย้ายที่  เพราะมีโต๊ะหนึ่งแถวนั้นคุยอะไรก็ไม่รู้ไม่หยุดเสียที หันไปมองก็เห็นพูดอยู่คนเดียว  เพื่อนอีกคนก็เออออเป็นส่วนใหญ่  เสียงงึมงัมน่ารำคาญ   หลังจากที่ผมย้ายที่นั่งก็ค่อยสบายขึ้นมาหน่อย 

อุปสรรคที่เจออีกอย่างก็คือความหนาว  ซึ่งผมก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย  แรกๆ มันก็ไม่ค่อยหนาวหรอก  พอนั่งไปได้สักพักมันเริ่มหนาวใหญ่เลย  ยิ่งช่วงชั่วโมงท้ายๆ  ยิ่งหนาว  มันหนาวจนน้ำมูกไหลเลย   อาจเป็นเพราะผมยังไม่หายดีจากอาการเจ็บคอก็เป็นได้   เลยรู้สึกหนาวกว่าปกติ  พรุ่งนี้จะเอาเสื้อกันหนาวตัวที่หนากว่าวันนี้อีกหน่อย

ถึงผมจะอยู่ในห้องสมุดนานตั้ง 6 ชั่วโมง  และนั่งแปะอยู่กับที่เป็นส่วนใหญ่  แต่ก็ไม่ได้อ่านหนังสือตลอดหรอกนะครับ  ฟังเพลงบ้าง  เหม่อไปโน่นไปนี่บ้าง  บางทีก็ลอยออกนอกหน้าต่างไป  มองคู่รักวัยรุ่นเดินควงกันไปมาบ้าง  ยังไงก็เป็นวันหนึ่งที่ได้อ่านหนังสือเต็มที่ละน่า

พรุ่งนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะไปห้องสมุดอีกครับ จะไปได้กี่วันก็ไม่รู้  ต้องลองดู  :roll:

Related เรื่องที่คล้ายกัน