ใจและกาย

Posted by on พฤษภาคม 24, 2550 in ข้อคิด - คำคม | One Comment

…ขอให้เรานำใจของเรากลับมาหากายของเรา ในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งมากที่กายของเราอยู่ตรงนั้นแต่ใจของเราอยู่ที่อื่น ใจของเรานั้นอาจจะติดยึดอยู่กับความเสียใจที่เกิดขึ้นในอดีต ใจของเรานั้นอาจจะติดยึดอยู่ในความกังวลไม่แน่นอน ความกลัวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ใจของเรานั้นอาจจะติดยึดอยู่ในโครงการ อยู่ในความกังวล อยู่ในความโกรธ นั่นก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไม น้อยครั้งมากที่ใจของเราจะอยู่กับกายของเรา

…มักจะมีคำพูดที่ว่า ความสุขนั้นไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ ขณะนี้และที่นี่ แต่ความสุขนั้นจะหาได้ในอนาคต คนส่วนใหญ่มักจะหาความสุข เงื่อนไขของความสุขที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่มีคนมากนักที่จะมีความสามารถมีความสุขกับปัจจุบันขณะและเบิกบานกับขณะนี้  

พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสว่า อดีตได้ผ่านไปแล้ว และอนาคตยังมาไม่ถึง มีเพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้น ที่จะเป็นชั่วขณะที่เราจะมีชีวิตได้อย่างแท้จริง นั่นก็คือ ชั่วขณะปัจจุบัน หากเธอสามารถนำใจกลับมาหากายได้ เธอจะสามารถสัมผัสถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะ

ติช นัท ฮันห์

ปาฐกถาธรรม ณ วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่

22 พฤษภาคม 2550

การรักใครกับบอกรักใครเป็นนั้นแตกต่างกัน

Posted by on พฤษภาคม 23, 2550 in A day in the life, ข้อคิด - คำคม | 3 Comments

…แต่การรักใครกับบอกรักใครเป็นนั้นแตกต่างกัน

คนมากมายยังไม่เข้าใจความหมาย

ของการรักใครสักคนจึงทำให้คำว่ารัก

กลายเป็นการเรียกร้องความรักจากคนอื่น

เมื่อบอกรักใครไป…

เราจึงคาดหวังให้เขารักเรากลับคืน

ถ้าเรารักเขาร้อย เขาต้องรักเรากลับมาพัน

พอสิ่งที่คิดไม่เป็นไปอย่างที่คิด

คนที่เจ็บที่สุดก็คือตัวเอง

“ความรักที่ดีงามและความรักที่ถูกต้อง

จะต้องเป็นรักจากการเติมเต็ม

ไม่ใช่รักจากความขาดแคลน”

จาก “ก่อนจะบอกรักใคร… บอก รัก ตัวเองได้แล้วหรือยัง”
หนังสือ – ชีวิตยิ่งใช้ยิ่งได้กำไรกลับคืน...
ผู้เขียน – ธัญวาร์

ผู้ให้และผู้รับ

Posted by on พฤษภาคม 11, 2550 in ข้อคิด - คำคม | One Comment

แท้จริงแล้วผู้ให้ก็คือผู้รับ และผู้รับก็คือผู้ให้
เพราะเราเป็นภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน หรือเป็นดั่งกันและกันนั่นเอง

ติช นัท ฮันห์

ท่านที่ปรึกษา

ผมเพิ่งจบบทสนทนากับน้องคนหนึ่งว่า 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ก็ขอให้รับรู้และทำความเข้าใจ สิ่งที่สำคัญคืออย่าให้มันมาบั่นทอนตัวเอง  อยากให้มีกำลังใจและเข้มแข็ง”

เป็นบทสรุปในฐานะที่ปรึกษาทางด้านความรักที่ผมได้รับมอบหมายจากเธอโดยไม่ตั้งใจ  ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจหรือเสียใจ   อาจจะน่าดีใจตรงที่น้องเขาค่อนข้างไว้ใจผม  เพราะเขาบอกว่าไม่กล้าปรึกษาเรื่องนี้กับใครนอกจากผม

น้องเขาเป็นคนเก่ง เรียกได้ว่ามีพร้อมครบทุกๆ ด้าน  (ผมหมายถึงทุกๆ ด้านจริงๆ นะครับ)   ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของผมที่ได้รู้จักกับน้องคนนี้  แม้ว่าอาจจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตก็ตาม

ความรักช่างมีอานุภาพมากมายเหลือเกิน  ความรักก่อให้เกิดทั้งพลังที่เป็นบวกและเป็นลบ  ความรักก่อให้เกิดสงครามและสันติภาพ  และก่อให้เกิดแรงบัลดาลใจซึ่งไม่สำคัญว่าจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่  เพราะอย่างไรก็ตามความรักจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญเสมอ 

บางทีความรักก็เหมือนกับแว่นขยาย ทำให้เราเห็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าความเป็นจริง  ทำให้เรามุ่งจดจ่ออยู่กับเขาหรือเธอคนนั้น จนมองเห็นสิ่งรอบข้างและ ความเป็นจริง เลอะเลือนไป

เมื่อเราหยิบแว่นขยายของความรักขึ้นมาส่อง  อะไรๆ มันก็ใหญ่โตขึ้นจากเดิม  รายละเอียดเล็กๆ น้อยที่ควรมองข้าม ก็ถูกนำมาพินิจวิเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งหากเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่สบายใจ  ก็อาจทำให้เราทุกข์ใจมากกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า

โดยเนื้อแท้แล้วผมเชื่อว่าความรักเป็นสิ่งที่ดี  ไม่ว่าจะสมหวังหรือผิดหวัง  ความรักจะมอบสิ่งที่มีค่าแก่เราเสมอ   :smile:

สามด้านของชีวิต

Posted by on Apr 21, 2550 in ข้อคิด - คำคม | 3 Comments

วิลลี่ เนลสัน นักร้องเพลงคันทรีชาวอเมริกัน กล่าวไว้ว่า

“ชีวิตมีสามด้าน คุณเป็นอย่างที่คุณคิดว่าคุณเป็น คุณเป็นอย่างที่คนอื่นคิดว่าคุณเป็น และคุณเป็นอย่างที่คุณเป็นจริงๆ”

ผมขอเสริมด้วยข้อความที่คล้ายๆ กันว่า

“ชีวิตมีสามด้าน เขาเป็นอย่างที่เขาคิดว่าเขาเป็น เขาเป็นอย่างที่คนอื่น(คุณ)คิดว่าเขาเป็น และเขาเป็นอย่างที่เขาเป็นจริงๆ”

ถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเรา เราอาจจะเข้าใจคำกล่าวที่ว่า เขาเป็นอย่างที่เขาคิดว่าเขาเป็น นั้นเป็นอย่างไร

ลำพังตัวเราเอง ในหลายๆ ครั้งเราก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าเราต้องการอะไรแน่  รู้ทั้งรู้อยู่ว่ามีหลายสิ่งที่ไม่ควรจะทำ หรือมีสิ่งที่ควรจะทำ  แต่สุดท้ายก็ดื้อรั้นกับตัวเองจนได้ :roll: